Home เรื่องน่ารู้ 7 นิสัยแย่ๆ เรื่องการใช้เงิน ที่ไม่ควรเกิดกับตัวเอง

7 นิสัยแย่ๆ เรื่องการใช้เงิน ที่ไม่ควรเกิดกับตัวเอง

1 second read
0
0

7 นิสัยแย่ๆ เรื่องการใช้เงิน ที่ไม่ควรเกิดกับตัวเอง

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องเกี่ยวกับนิสัยแย่ๆ เกี่ยวกับเงินทองที่เราไม่ควรทำ ซึ่งนิสัยแย่ๆ ในเรื่องเงินๆ ทองๆ อาจเป็นเรื่องย ากที่จะทิ้งมันไป มันอาจเกิดจากนิสัยส่วนตัวหรือแม้แต่การขาดความรู้เกี่ยวกับการเงิน และนี่คือนิสัยเรื่องเงินๆ ทองๆ แย่ๆ ที่พบบ่อยๆ และวิธีการหยุดนิสัยแย่ๆ เหล่านั้น

1.จ่ายตามอารมณ์

เมื่อเห็นของลดราคาหรือโปรโมชั่นก็มักจะซื้อไว้ รูดบัตรรูดปึ้ด ได้ของมาซึ่งบางที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้จริงๆ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงนิสัยนี้ เราต้องตั้งกฎสำหรับตัวเอง เช่นเราจะซื้อสิ่งของที่เราต้องการที่จะใช้ในเวลานั้นๆ ไม่ซื้อของที่แก้กระหายอย ากได้ หรือลองรอสัก หนึ่งวันหลังจากที่เจอของที่ต้องตา ว่าเราต้องการจริงหรือไม่ และเป็นเรื่องดีหากเราจ่ายด้วยเงินสด เมื่อจะซื้อของที่อย ากได้

2.ให้ยืมเงิน

เมื่อเราให้ความช่วยเหลือ ให้เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวยืมเงิน การทำแบบนี้อาจทำให้กระเป๋าเงินของคุณและความสัมพันธ์ที่มีแย่ลงได้ เมื่อคนที่เราให้ยืมไม่คืนเงิน เป็นผลทำให้เงินในกระเป๋าน้อยลงและอาจต้องจบความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนได้

เราจะบอกว่าก่อนที่จะเสนอเงินให้เพื่อนยืม ยังมีทางอื่นที่เราจะช่วยเพื่อนได้และรักษาความสัมพันธ์อันดีไว้ หากเพื่อนรถเสียต้องซ่อม เราอาจให้รถเพื่อนยืมจนกว่ารถเพื่อนจะซ่อมเสร็จ หรือแนะนำหนทางการลดรายจ่ายให้กับเพื่อน หากเรายังคงต้องให้เพื่อนยืมเงินจริงๆ จงคิดเสียว่าเราให้เงินนั้นเป็นของขวัญ เพราะหากเพื่อนไม่คืนจริงๆ เราก็ยังทำใจได้เพราะตั้งใจให้เงินเขาจริงๆ

3.จ่ายตลอดสปอร์ตจ้า

สำหรับคนที่เลี้ยงเพื่อนตลอดเมื่อไปเที่ยวอาจจะรู้สึกภูมิใจที่ได้เลี้ยง แต่มันก็ไม่ได้ไปตลอดนะ อย่าได้หวังเกินไปว่าหากเราเลี้ยงเขาตลอดแล้วเขาจะปฏิบัติกับเราอย่างที่เราอย ากให้เป็น เราไม่สามารถตัดสินได้เลยว่า ที่เขาไปกินข้าวหรือสังสรรค์กับเราเพราะอย ากไปจริงๆ หรือแค่อย ากกินฟรีกันแน่

4.เปรียบเทียบสถานะทางการเงินกับคนอื่น

หลายๆ คนที่วัดความสำเร็จจากการมีบ้านหลังใหญ่ หรือรถหรูขับ แต่บอกเลยว่ามันเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกัน บ้านหลังใหญ่หรือใช้ของหรูๆ แพงๆ เป็นแค่ตัวบ่งบอกว่าคนคนนั้นเลือกที่ใช้เงินกับมันเท่านั้น ใช่ว่าเขาจะมีจริงๆ หากเราเห็นเพื่อนบ้างของเรามีรถใหม่คันสวย เราก็จะต้องมีมันเหมือนกัน จริงไหม?

แต่พึงระลึกว่าเพื่อนบ้านหรือคนที่เรารู้จักหลายๆ ใช้ชีวิตเกินตัว เกินเงินที่มี ซึ่งพบว่าหลายคนเป็นหนี้บัตรเครดิทก้อนโต อีกทั้งยังไม่มีเงินเก็บไว้ฉุกเฉิน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตเกินตัวแบบนี้ เราควรเริ่มกำหนดว่าอะไรสำคัญกับคุณ เพื่อตัวคุณเอง

ตั้งเป้าว่าชีวิตนี้ต้องการอะไรในอีก ห้าปี สิบปี ยี่สิบปี และห้าสิบปี บางที่คุณอย ากที่จะไปสร้างบ้านอยู่ที่บ้านเกิด หรือเกษียรแบบสบายๆ เมื่อคุณได้เริ่มกำหนดว่าอะไรมีความหมายในชีวิตคุณแล้ว คุณก็จะตัดสินเรื่องการใช้เงินจากเป้าหมายนั้น แทนที่จะใช้จ่ายเกินตัวเพื่อให้คนอิจฉา เรามาทำชีวิตเราให้เป็นแบบที่เราฝันดีกว่า

5.ผลาญรายได้ทั้งหมด

ทุกคนล้านแต่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ในแต่ละเดือน อาจเป็นค่าน้ำค่าไฟ และสิ่งอุปโภคบริโภค ส่วนสำหรับเงินที่เหลือจากการจ่ายค่าต่างๆ เหล่านั้น ก็เป็นเรื่องของคุณเองที่จะเอาเงินที่เหลือไปทำอะไร อาจจะใช้มันให้หมด หรือ เราจะเก็บออมและลงทุน เพื่อสร้างบรรทัดฐาน ว่าวันไหนที่เราไม่มีงาน หรือต้องใช้เงินฉุกเฉิน เราก็ยังมีเงินมาใช้

เมื่อคนเราใช้เงินทั้งหมดที่ได้รับมา เขามั้งจะไม่มีงบประมาณว่าเท่าไหร่ ซึ่งมันเป็นข้อผิดพลาดที่คนเราชอบทำ อย่างไรก็ดีมีข้อแนะนำว่าเราควรจะเขียนงบประมาณค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนไว้ เผื่อฉุกเฉินและเงินออมเพื่อการเกษียณ

เราควรจะมีเงินเก็บฉุกเฉินพอที่จะอยู่ได้หกเดือนให้คำนวณจากรายจ่ายแต่ละเดือนคูณหก และควรเก็บอย่าวน้อย 10% จากรายได้ เมื่อคุณได้สร้างแผนการในการใช้จ่ายและเก็บออมแล้ว จงทำตาม เพื่อทำให้แน่ใจว่าคุณจะไปถึงเป้าหมายของคุณได้

6.ใช้ชีวิตติดบัตรเครดิตตลอด

ยุคสมัยนี้มีแต่คนใช้บัตรเครดิตและติดหนี้บัตรกันหลายคน แต่อย่าลืมว่าหากใช้บัตรคุณต้องจ่ายค่าด อ กเบี้ยเพราะเงินอนาคตที่เรารูดไปกับสินค้าต่างๆ หากเราใช้ชีวิตติดกับหนี้บัตรเครดิตตลอดคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่

ให้ลองคำนวณว่าเราใช้จ่ายไปแต่ละเดือนกับบัตรเครดิตแล้วเราต้องเสียด อ กเบี้ยเท่าไหร่ดู ก็จะพบว่าด อ กมันแพง เพราะฉะนั้นเราควรตั้งงบประมาณว่าเราจะใช้บัตรเครดิตในจำนวนเงินเท่าไหร่ เพื่อจะไม่ให้มีค่าด อ กเบี้ยมาก และหากเป็นหนี้บัตรเครดิต ควรจะใช้หนี้ให้เร็วที่สุด

7.เพิกเฉยเกี่ยวกับเรื่องที่ควรใส่ใจ

หากเราหลีกเลี่ยงไม่ยอมที่จะเช็คบัตรเครดิตของคุณหรือเช็คยอดเงินคงเหลือในบัญชี หรือการจดบันทึกรายรับรายจ่าย คุณกำลังใช้ชีวิตบนการเงินที่เข้าขั้นโคม่าแล้ว คุณอาจจะเคยคิดว่าหากเราไม่รู้ว่ามันแย่ได้อย่างไร แล้วปัญหาก็จะหายไปเอง แต่จริงๆ แล้วไม่เป็นอย่างงั้น หนทางที่จะทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้นคือเราจงหาว่าปัญหาคืออะไรและทำแผนการเพื่อแก้ปัญหานั้น

ได้เวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มปฏิบัติการเชิงรุกแทนที่จะรอตอบโต้อย่างเดียว จงขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ครอบครัว ที่ปรึกษาบรรเทาหนี้สินหรือผู้วางแผนทางด้านการเงินที่คอยจักการประเมินสถานการณ์ทางการเงินของคุณ และพัฒนาวางแผนเพื่อปรับปรุงมัน

เพื่อที่จะเริ่มต้น จงทำให้แน่ใจว่าคุณว่าตอนนี้ต้องจ่ายเครดิตเท่าไหร่ เป็นหนี้เท่าไหร่ และมีภาระผูกพันรายเดือนของคุณเท่าไหร่ นี่คือคำถามที่ดีกับตัวคุณเอง เมื่อคุณตาสว่างแล้ว คุณก็จะสามารถกลับมาควบคุณมันได้อีกครั้ง ด้วยความรักและปรารถนาดีจากใจ

ที่มา jeeb.me

Load More Related Articles
Load More By ผู้เขียน
Load More In เรื่องน่ารู้

Check Also

3 ราศีนี้ โชคจะดีเป็นเศรษฐีตอนแก่

3 ราศีนี้ โชคจะดีเป็นเศรษฐีตอนแก่ วันนี้เราจะพาทุกท่าน ไปเปิดดวงชะตา ของคน 3 ราศี ที่ชีวิต…