Home ข้อคิดดีๆ 9 นิสัย ไม่ควรมี..ถ้าอยากเป็นเถ้าแก่เงินล้าน

9 นิสัย ไม่ควรมี..ถ้าอยากเป็นเถ้าแก่เงินล้าน

8 second read
0
0

การจะทําธุรกิจซักอย่างหนึ่ง ให้ประสบความสําเร็จให้ได้นั้นคุณ ต้องวางแผนการอย่างรัดกุม ยิ่งถ้าเป็นธุรกิจที่คุณคาดหวังไว้ว่าซักวันหนึ่งธุรกิจตัวนี้ จะต้องเป็นธุรกิจเงินล้านได้อย่างแน่นอน การวางแผนระยะย าวจะต้องมาจากแผนระยะสั้น หลายๆ แผนเพื่อประเมินสถานการณ์ว่าสามารถจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่

ปัจจัยต่างๆ ล้วน มีผลกับธุรกิจของคุณทั้งสิ้น ไม่ว่าจะสถานการณ์บ้านเมือง สภาวะเศรษฐกิจของโลกหรือประเทศ แต่ปัจจัยสําคัญที่สุดนั้นก็คือตัวคุณเองความเคยชินในชีวิตประจําวัน บางอย่างก็ไม่เหมาะกับการนํามาใช้เป็นวิธีทางการทําธุรกิจ

ในบทความนี้จะได้ยกสิ่งที่ควรเลี่ยง 9 ประการที่คุณอาจลืมนึกถึงไปบ้างหรือ บางประการที่คาดไม่ถึงก็มีถ้าคุณสามารถเลี่ยงนิสัย 9 ประการนี้ได้เชื่อแน่ว่าซักวันหนึ่ง คุณจะกลายเป็นเถ้าแก่เงินล้านอย่างแน่นอน

1.อย่าใจร้อน การจะล ง ทุ น ทําธุรกิจซักอย่าง

คุณจะต้องตรวจสอบข้อมูล ในด้านต่างๆ อย่างรอบคอบถี่ถ้วนเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นทําเลที่ตั้งว่าเหมาะสมกับรูปแบบของธุรกิจหรือเปล่า เช่น เปิดธุรกิจร้านอ า ห า รแต่ทําเลที่เปิดอยู่ในตรอกที่ ไม่ค่อยมีคนผ่าน ไม่มีโรงงาน ไม่มีบริษัทที่มีพนักงานประจําจํานวนมาก แต่รีบตัดสินใจเปิดเพียงเพราะว่าที่ถูกอย่างนี้ก็เติบโตได้ย าก

อย่างสินค้าที่จะเลือกมาจําหน่ายนั้นก็ควรที่จะรู้กลุ่มเป้าหมายอยู่แล้วมันก็เปรียบเสมือนการเอา เหยื่ อ ปลาที่ ปลาชนิดหนึ่งชอบ ไปล่อไว้ในแหล่งที่มีปลาชนิดนั้นมันก็สมเหตุสมผลดีอยู่แล้วนั้นหมายความว่าก่อนที่จะเริ่มลงมือทําธุรกิจจริงคุณก็ผ่านกระบวนการกลั่นกรองทางความคิดให้มาก

สมมุติสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้และแนวทางแก้ปัญหา ถ้าคุณสามารถหาวิธีแก้ปัญหาตามที่คิดไว้นั้นได้ทั้งหมดก็ตัดสินใจเปิดธุรกิจได้เลยแม้ว่าในสถานการณ์จริงอาจมีปัญหาบางปัญหาที่คุณคาดการณ์ไว้ไม่ถึงแต่ก็น่าจะเป็นส่วนใหญ่แล้วที่คุณได้เตรียมการณ์รับมือไว้ล่วงหน้า

และอย่าลืมเรื่องสําคัญที่สุดอย่าง เรื่องงบประมาณคิดเผื่อไว้เลยว่าคุณ สามารถขาดทุนได้นานเพียงใดและในช่วงเวลานั้นคุณสามารถ ทําให้ธุรกิจของคุณติดตลาด แล้วเลี้ยงตัวมันเองได้หรือไม่ ฉะนั้นอย่าใจร้อนไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม

2.อย่าใช้จ่ายเงินโดยที่ไม่มีการบันทึกรายรับรายจ่าย

เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่หลายๆ คนมักมองข้ามไป เพียงเพราะคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ที่สามารถที่จะยืดหยุ่นกันได้นิดๆ หน่อยๆ คงไม่เป็นไร เป็นความคิดที่ผิดนะครับคุณรู้ไหมว่ามีรายจ่ายเบ็ดเตล็ด อีกหลายรายการที่เกินจําเป็น และหากว่าไม่มีการบันทึกมันไว้คุณก็จะไม่มีทางรู้อีกเลยเช่นกัน

และเมื่อนานไปเงินส่วนเหลือใช้พวกนี้มันก็จะสะสมมาก ขึ้นเป็นก้อนใหญ่และทําให้คุณไปไม่ถึงฝั่งฝันได้ในที่สุด มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อจริงๆนะในตอนที่คุณกําลัง มองไปที่บัญชีรายรับรายจ่ายส ม อ งของคุณก็จะประมวลผลได้ทันทีว่ามีจุดไหนเป็นสิ่งเกินจําเป็นและวางแผนที่จะตัดส่วนนั้นออกไปในที่สุด

หรือแม้กระทั้งคุณจะพบว่า ควรไปเพิ่มเติมส่วนไหนจึงจะมีรายรับเพิ่มมากขึ้นประโยชน์อีกอย่างในการทําบัญชีรายรับรายจ่ายก็คือตอนที่คุณจะต้องไปกู้ยืมเงินมาเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ หรือไม่ก็ปรับปรุงพัฒนาธุรกิจเดิมบัญชีตัวนี้แหละที่จะอํานวยความสะดวกให้คุณได้อย่างมหาศาล ดียิ่งกว่าสมุดบัญชีธนาคารซะอีก

3.อย่าถอดใจถ้าการดําเนินธุรกิจยังไม่ครบรอบ

คนทําธุรกิจส่วนหนึ่งมักถอดใจล้มเลิกธุรกิจไปกลางคันเสียก่อน เพียงเพราะเจอปัญหาบางอย่างที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน พย าย ามมองในระยะย าวไว้การทําธุรกิจก็ต้องมีอุปสรรคบ้างเป็นธรรมดา เป็นบททดสอบว่าหากคุณไปอยุ่ในจุดที่สูงกว่านี้ ปัญหาหนักกว่านี้คุณพร้อมจะรับมือมันหรือเปล่า

คําหนึ่งที่คุณควรทําความเข้าใจคือรอบธุรกิจเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับ ฤดูกาลใน 1 ปี เขตร้อนก็จะมี 3 ฤดู เขตหนาวก็จะมี 5 ฤดู แต่ละฤดูก็มีเอกลักษณ์เฉพาะ ฤดูหนาวอากาศเย็น ฤดูร้อน อากาศร้อน ฤดูฝนฝนก็ตกธุรกิจเองก็เช่นกันไม่ว่าธุรกิจนั้นจะครองตลาดส่วนมากแค่ไหนย่อมต้องมีรอบของมัน

ช่วงระยะเวลาใดธุรกิจทําเงินได้มากช่วงเวลาใดธุรกิจทําเงินได้น้อย อย่างน้อยๆ คุณต้องอยู่สัมผัสมันให้ครบหนึ่งรอบเสียก่อนเพื่อวางแผนการแก้ปัญหาสําหรับรอบต่อไปแต่ละธุรกิจมีรอบไม่เท่ากัน และระยะเวลาของช่วงทําเงินกับช่วงขาดทุนก็สั้นย าวไม่เท่ากัน

คุณต้องเรียนรู้ให้หมดว่าธุรกิจมีช่องโหว่ช่วงไหนเหมือนจะเห็นได้ว่าห้างร้านใหญ่ๆ ก็มักจะจัดโปรโมชั่น ในช่วงเวลาที่เป็น low ร้านอ า ห า ร ก็จะจัด โ ป ร โ ม ชั่ น ช่วงกลางสัปดาห์ หรือ ก่อนปลายเดือน อย่างนี้เป็นต้น ที่นี้ลองยกตัวอย่างธุรกิจรอบย าว 1 ปีดูบ้าง

อย่างธุรกิจกวดวิชาจะมีช่วง low ในช่วงปิดเทอมซึ้งใน 1 ปี มีช่วง ปิดเทอม 2 ครั้งนอกจากนั้นยังมีช่วงวันหยุดย าวอีกบางช่วง อย่างช่วงปีใหม่ หรือตรุษจีน อันนี้ก็จะไม่ค่อยกระทบซักเท่าใด เพราะไม่ใช่ช่วงเวลาย าว ช่วงปิดเทอมเด็กนักเรียนที่เรียนประจํา ก็จะหยุดพักกันไปซะส่วนใหญ่

สิ่งที่คุณต้องทําก็คือสังเกตว่าในช่วง low นี้ที่ยังเหลืออยู่เป็นนกลุ่มใด จากนั้นก็วางแผน กระ ตุ้ นการขายส่งเสริมโปรโมชั่ น ให้กลุ่มนี้ไปเลยเต็มๆ หรือลองจัดกิจกรรมอื่นดู หรือไม่ก็เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปที่เด็กระดับอื่นบ้างเมื่อวางแผนไว้แล้วก็ลองใช้ในรอบธุรกิจต่อไป แล้ววิเคราะห์ว่าผลที่ได้คุ้มค่าตามต้องการหรือไม่

หรือว่ายังไม่คุ้มเท่าที่ควรก็วางแผนแก้ไขกันใหม่ในรอบธุรกิจต่อไป อย่างนี้เป็นต้น ลองปรับประยุกต์ไปตามธุรกิจของคุณละกัน

4.อย่าเลี่ยงคําติเตียน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อย ากพัฒนาธุรกิจแล้วล่ะก็รู้ไว้เลยว่าปกติแล้ว คนที่จะติเตียนคุณเนี้ย มีแค่ 2 ประเภท คือ คนที่อิจฉาคุณ กับคนที่รักและเป็นห่วงคุณเท่านั้นต่างกันตรงที่ว่าคนที่อิจฉา นั้นจะติเตียนลับหลังคุณ แต่คนทีรักและเป็นห่วงคุณนั้นจะติเตียนคุณต่อหน้าตรงๆ

ดังนั้น หากมีใครมาติธุรกิจหรือการบริหารงานของคุณจงฟัง และขอบคุณเค้าซะนั้นแสดงว่าเค้าเป็นห่วงคุณเหลือเกิน การที่คนๆ หนึ่งจะรวบรวมความกล้าพูดติเตียนคุณซึ้งๆ หน้านั้นต้องผ่านการพินิจ พิเคราะห์กลั่นกรองคําพูด วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดตามมารวมไปถึงคิดว่าจะกระทบกับจิตใจคุณอย่างไร ด้วย

จนสุดท้ายพ่ายแพ้เหตุผล ที่ว่าหากไม่บอกธุรกิจคุณล้มแน่เมื่อทุกเหตุผลมันลงตัว เค้าจึงจะตัดสินใจพูดกับคุณนี้คือ เงาสะท้อนที่ดีที่สุดของธุรกิจเลย และธุรกิจที่เติบโตได้เร็วส่วนมากก็จะนําข้อติเตียนเหล่านั้นนั่นแหละ มาเป็นประเด็นหลัก แล้วหยิบยกไปแก้ปัญหา ทําให้ธุรกิจนั้นๆ เติบโตขึ้นและครองใจ คนส่วนมากได้ในที่สุด

5.อย่าอคตกิบัธุรกิจของตัวเอง เมื่อใดก็ตามที่คุณมี

อคตินั่นนแสดงว่า คุณกําลังถอดใจต้องลองมองย้อนกลับในข้อแรกว่าก่อนการเริ่มธุรกิจนั่นคุณก็ยังคงมีความเชื่อมั่น ในธุรกิจของคุณเลยว่ามันจะประสบความสําเร็จและไปรอดในที่สุดแล้วแค่เพียงอุปสรรคเล็กน้อยคุณก็เริ่มมีอคติแล้วธุรกิจของคุณ

มันจะไปรอดได้อย่างไร ความคิดอคติที่ว่านี่ก็อย่างเช่นธุรกิจนี้ น่าจะไม่เหมาะกับทําเลแถวนี้หรือเปล่า หรืออาจคิดว่า สินค้าของคุณไม่ดีเหรอ เว้นเสียแต่ว่าในข้อห้ามข้อแรกคุณ ไม่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดรีบร้อน ทําธุรกิจจนลืมวิเคราะห์ปัญหาที่จะ เกิดนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

6.อย่าหมิ่นเงินน้อย

ธุรกิจในช่วงเริ่มต้น นั่นจะทําเงิน ได้ไม่มากเท่าที่ควรอาจเรียกได้ว่าไม่คุ้มเลยก็ว่าได้ แต่ในเมื่อคุณผ่านข้อห้ามข้อแรกมาได้แล้วนั่นแสดงว่า คุณเองก็มีความเชื่อมั่นว่าธุรกิจ ของคุณจะสามารถเติบโตได้อย่างแน่นอน ดังนั้น ควรจะวางแผนการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่างๆ ให้เหมาะสม

กับธุรกิจดีกว่ามานั่งอมทุกข์ว่าได้เงินน้อยจัง ซักวันหนึ่งเงินน้อยๆ หลายๆ ก้อนนี้แหละที่จะทําให้คุณเป็นเศรษฐีพันล้านยกตัวอย่างง่ายๆ คุณคิดว่าทําน้ำพริกขายเนี้ยกําไรจะมากซักเท่าไหร่เชียว ใครๆ ก็ทําน้ำพริกเป็นแต่ทําไมเจ้าของธุรกิจเหล่านั้นเขายังยืนหยัดสู้จนเป็นส่วนหนึ่งของตลาดได้ในที่สุด

ไม่แพ้พวกแบรนด์ดังๆ เสียด้วยซ้ำข้อแตกต่างมันอยู่ที่ทัศนคติ เจ้าของธุรกิจเหล่านี้เค้าผ่านรอบธุรกิจ มาแล้วหลายรอบเค้ามองออกว่าจุดไหนสามารถพัฒนาได้อีก 1 กระป๋องกําไร 1 บาทล้านกระป๋องก็กําไรล้านบาทแล้วไม่เห็นต้องคิดให้ยุ่งย ากเลย คุณคิดมาตั้งแต่แรกแล้วก็จงมุ่งมั่น มั่นใจทําให้สําเร็จให้ได้

7.อย่าให้คนอื่นทํางานให้

ฟังแล้วเหมือนกับขัดหลักการบริษัทห้างร้านใหญ่ๆ แต่มันคือหลักสําคัญ เพราะว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจคุณต้องรู้ขั้นตอนของธุรกิจทุกอย่าง รู้ปัญหาทุกอย่างและรู้วิธีแก้ปัญหาทุกอย่างถึงแม้ว่าธุรกิจของคุณจะเติบโตขึ้นมาจนมีพนักงานหลายร้อย คุณก็ต้องลงมือเข้าไปหางานทุกส่วนด้วยตัวเอง

แค่เพียงถามไถ่ก็ดีมากมายแล้วคุณก็จะได้รู้ด้วยว่าพนักงานของคุณเค้ารักธุรกิจเหมือนที่คุณรักหรือเปล่า พนักงานก็จะรักและเคารพคุณ ยิ่งขณะมีปัญหายิ่งดีคุณสามารถแสดงแสนย านุภาพของคุณ ให้เค้าเหล่านั่นได้เห็นการแก้ปัญหาของคุณที่ทั้งคมทั้งฉับไว

เท่านี้ทุกคนก็คงต้อง ยอมสยบให้ความทุ่มเทของคุณ และก็จะทุ่มเทให้ธุรกิจของคุณ อย่างแน่นอน

8.อย่าตกยุค

ข้อมูล ข่าวส าร สําคัญมากสําหรับทุก ธุรกิจ ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ ข่าวกีฬา ข่าวบันเทิง ข่าวเทคโนโลยี แทบทุกข่าวจะทําให้คุณทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์บ้านเมืองทั้งในและนอกประเทศ คุณก็สามารถที่จะคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าอาจพบ

กับ วิ ก ฤ ต อะไรต่อไปหรือไม่ ควรเตรียมตัวรับมืออย่างไร หรือว่าจะพลิก วิ ก ฤ ต เป็นโอกาสได้อย่างไรดี ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ คุณรับเข้ามาทั้งนั้น

9.อย่าปล่อยให้ร่ างก าย อ่อนแอ

คงไม่ดีแน่ หากคุณหาเงินมามากมายก่ายกอง เพื่อจองห้องพิเศษ สุดในโรงพย าบาลชั้นเฟิร์สคลาส ที่ทั้งสุดหรูและสุดแพงมันไม่คุ้มกัน แค่เพียงคุณจะหาเวลาออกกําลังให้บ่อยๆ ไม่ต้องหาข้ออ้างว่าไม่มีเวลาเพราะเวลานั่นป็นต้นทุนได้เปล่า ทุกคนได้รับมาคนละ 24 ชั่ วโมงเท่ากัน

คุณจะเอามาแบ่งทําอะไรบ้างต่างหากแค่เพียงเจียดเวลาซักวันละ 30 นาที ถึง 1 ชั่ วโมง หาสถานที่ออกกําลังกายจะที่ไหนก็ได้เปลี่ยนที่บ้างก็ได้ ดีไม่ดีอาจได้ขย าย กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วยก็ได้ คนมีความคิดดีอยู่ที่ไหนก็ทําธุรกิจได้ การสังสรรค์หากเลี่ยงไม่ได้ก็ลดหาอ า ห า รที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภ าพ ร่ างก าย บ้าง

เพราะคุณใช้ส ม อ งในการคิดมากทีเดียวต้องบํารุงให้ถึงที่อาห าร สดสะอาดดีกว่าอาห ารเสริม อย่างแน่นอนราคาก็ถูกกว่า เท่านี้คุณก็สามารถมีสุขภ าพร่ างก าย แข็งแรงไว้ลุยงานสานฝัน มีสุ ข ภ า พ ส ม อ งที่ปลอดโปร่งไว้คิดแก้ปัญหาหรือวางแผนล่วงหน้าได้อย่างสบายๆแล้ว

ขอขอบคุณ s m e l e a d e r

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

แนวคิดมีกินมีใช้ เริ่มต้นใหม่..ไม่มีคำว่าสาย

หลายๆคน กำลังเป็นกัน กับการตั้งคำถามที่ว่า “ทำไมเราไม่รวยสักที” นั่นเป็นเพราะนิสัยในการใช้…