Home ข้อคิดดีๆ 7 นิสัยแย่ๆเหล่านี้ หัวหน้าดีๆ เขาจะไม่ทำเด็ดขาด

7 นิสัยแย่ๆเหล่านี้ หัวหน้าดีๆ เขาจะไม่ทำเด็ดขาด

16 second read
0
0

การทำงานเป็นทีมจะอย่างไรก็ต้องมีหัวหน้า เพียงแค่บทบาทของเขานั้นอาจจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละงาน บางงานหัวหน้าคือคนคุมทุกอย่างในกระบวนการ บางงานก็เป็นเพียง

ตำแหน่งศูนย์รวมใจของทีม แต่ไม่ว่าจะทำหน้าที่แบบไหน หัวหน้าคือคนที่จะพาทีมไปสู่จุดหมายและความสำเร็จที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่หัวหน้าทุกคนที่จะมีคุณสมบัติและนิสัยที่

เหมาะแก่การเป็นผู้นำ และนี่คือ 7 นิสัยแ ย่ๆ ที่ผู้นำที่ดีจะไม่ทำ เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จแล้ว ยังจะพาให้ทุกคนไม่ชอบหน้าอีกด้วย

1.สนใจแค่คำเยินยอ

คำชมเป็นสิ่งที่แทบทุกคนอยากจะได้ยิน นอกจากจะฟังแล้วรู้สึกดีมันยังทำให้เรามีกำลังใจเพิ่มขึ้นด้วย แต่ถ้าคำชมเชยไม่ได้มาจากใจและตั้งอยู่บนความเป็นจริง มันก็เป็นเพียงคำพูดที่ดูดี

แค่เปลือกนอกแต่ซุกซ่อนปัญหาไว้ภายใน หัวหน้าจะต้องรับฟังทุกคำติคำชม ไม่ว่าจะดีหรือแ ย่หากคำพูดเหล่านั้นตั้งอยู่บนหลักเหตุผลความเป็นจริง สิ่งที่ควรทำคือนำคำพูดเหล่านั้นมา

คิดวิเคราะห์และปรับปรุงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น อะไรที่ดีก็รั กษ าไว้และทำให้ดีกว่าเดิม อะไรที่แย่ก็หาทางเปลี่ยนแปลงพัฒนา แต่ถ้าคุณสนเพียงแค่คำพูดคำจาที่หวานหู รอบข้างคุณก็จะมีแต่

คนช่างประจ บ พูดแต่เรื่องโ กห กปิดบังปัญหา นานวันเข้าคุณจะไม่มีใครที่สามารถเชื่อใจได้อยู่ข้างๆ คุณอีกต่อไป เพราะคนทำงานไม่ได้รับการเหลียวแล มีแค่คนเลี ยแ ข้ งเลี ยข าที่

เจริญก้าวหน้า ไม่นานทีมและองค์กรของคุณก็จะล่มสล า ยเพราะไม่มีใครกล้าที่จะหยิบปัญหาขึ้นมาพูดเพื่อแก้ไข มีแต่คนซุกปัญหาไว้ใต้พรม

2.เอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้ผู้อื่น

การทำงานเป็นทีม ไม่ว่าผลงานที่ออกมาจะประสบความสำเร็จหรือล้ มเหล ว หัวหน้าคือคนแรกๆ ที่จะเป็นเป้าหมายของคำชื่นชมและคำต่อว่า เพราะคนอื่นจะถือว่าคุณคือคนดูแลภาพรวม

การทำงานของทีม ในบางครั้งคุณเลยอาจจะดูเหมือนหนังหน้าไฟไปโดยปริยาย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะแบกรับความผิดพลาด หัวหน้าบางคนจึงเลือกที่จะโทษลูกน้องในทีมเพื่อที่จะ

ลอยตัวเหนือปัญหา หากความผิดพลาดไม่ได้เกิดจากตัวคุณจริงๆ คุณยังมีโอกาสอธิบายให้คนอื่นๆ ทราบถึงต้นตอของปัญหา แต่ถ้าคุณเลือกที่จะลอยตัวเหนือปัญหาเมื่อไหร่ ความเชื่อมั่น

และความเชื่อใจในตัวคุณจะหมดไปทันที เพราะคุณในฐานะหัวหน้าไม่สามารถทำให้ลูกทีมวางใจและรู้สึกว่าพึ่งพาได้ และเมื่อไหร่ที่ผลงานประสบความสำเร็จ อย่าลืมให้เครดิตคนในทีม

อย่าเอาเรื่องดีๆ ไว้ที่ตัวเองคนเดียว เพราะถ้าไม่มีพวกเขาแล้ว งานของทีมก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ

3.พูดมากกว่าฟัง

การฟังไม่ใช่เพียงการบอกว่าฉันได้ยินที่เธอพูด แต่คือการตั้งใจทำความเข้าใจในสิ่งที่ผู้อื่นสื่อส า รออกมา ไม่ว่าจะทางวาจาหรือภาษากาย ต่อให้คุณเป็นหัวหน้าที่เก่ง แต่ถ้าคุณเอาแต่พูด

เอาความคิดตนเองเป็นใหญ่ ไม่ยอมฟังใครเลย ก็ยากที่คนอื่นจะเคารพและอยากทำงานกับคุณ เพราะคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวของคนอื่นๆ ก่อนที่จะให้คนอื่นฟังคุณ อย่าลืมฟังพวกเขาก่อน

เพราะการเป็นผู้นำไม่ใช่เอาแต่พูดสั่งอย่างเดียว แต่คือการนำทีมด้วยความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ผ่านการฟังด้วยความเข้าใจ

4.บังคับให้ทุกคนพินอบพิเทาอยู่เสมอ

แม้โลกจะก้าวไปไกลแค่ไหน แต่วัฒนธรรมการเคารพผู้อาวุโสทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒินั้นไม่เคยหายไป ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่แ ย่เสียทีเดียว เพราะการเคารพผู้อื่นในฐานะปัจเจกบุคคลเป็น

มารยาททางสังคมที่ควรพึงมี เพียงแต่ผู้คนบางกลุ่มนั้นชื่นชอบที่จะให้ผู้อื่นเคารพตนมากเป็นพิเศษ เพียงเพราะอายุมากกว่าหรือตำแหน่งงานสูงกว่า แท้จริงแล้วความเคารพจะเกิดขึ้นได้

ต้องมาจากการกระทำ อย่างแรกที่ต้องทำคือ “เป็นผู้ให้” หัวหน้าที่ดีต้องมอบความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้ทีมผ่านการเป็นมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงานเป็นแบบอย่าง แสดงให้

ทีมเห็นว่าคุณมีความสามารถในการเป็นหัวหน้าจริงๆ ไม่ใช่เป็นได้เพราะอาวุโสกว่า และให้ความเคารพแก่คนอื่นๆ ก่อนที่จะคาดหวังให้พวกเขาเคารพในตัวคุณไม่ว่าพวกเขาจะอายุมากน้อย

แค่ไหน หรือจะอยู่ในตำแหน่งใด หากคุณไม่เป็นผู้ให้แล้วคิดแต่จะเป็นผู้รับ คุณจะไม่มีวันได้อะไรที่มาจากใจของผู้อื่นแม้แต่น้อย หัวหน้าที่ดีจะไม่ป่าวประกาศให้คนอื่นเคารพในตัวเขา

แต่จะปฏิบัติตัวให้ดีจนคนอื่นนับถือโดยไม่ต้องบังคับ

5.ไม่จัดลำดับความสำคัญในการทำงาน

การเป็นหัวหน้ามาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น นอกจากทำงานส่วนตัวแล้วยังต้องคอยดูแลงานของทีมให้ดำเนินไปด้วยดี ดังนั้น การจัดลำดับความสำคัญสำคัญของงานจึงเป็น

ทักษะหนึ่งที่จำเป็นมากๆ เพื่อที่เราและทีมจะสามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้โดยง่าย แต่ถ้าหัวหน้าของคุณไม่มีทักษะนี้ หรือมีแล้วไม่ยอมทำ ปัญหาใหญ่ก็จะตามมา เนื่องด้วยการ

จัดลำดับความสำคัญนั้นค่อนข้างกินเวลาพอสมควร หัวหน้าที่ไม่ชอบทำงานจุกจิกก็จะโย นให้คนอื่นในทีมทำงานแทน หรือร้ า ยที่สุดคือการปล่อยให้คนอื่นๆ ทำงานอย่างสะเปะสะปะ

และไม่ควบคุมดูแลภาพรวมของงาน ในท้ายที่สุดทีมของคุณก็จะล่ม และจะไม่มีใครอยากทำงานกับคุณอีกต่อไป เพราะคุณไม่มีความสามารถที่จะเป็นหัวหน้าที่ดีได้

6.มีนิสัยโป้ ปด ค ด โ ก งขี้นินทา

จริงๆ ไม่เพียงแค่หัวหน้า แต่ใครก็ตามที่มีนิสัยแบบนี้ก็ค่อนข้างจะไม่น่าคบเท่าไหร่ เพียงแต่คนที่มีอำนาจมักจะสร้างปัญหามากกว่าคนกลุ่มอื่น เพราะพวกเขาสามารถใช้อำน า จในทาง

ที่ผิดได้ หัวหน้าที่โ ป้ ป ด แน่นอนว่าไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือ ต่อหน้าพูดอย่างลับหลังเป็นอีกอย่าง บางครั้งอาจพาให้ทีมแตกออกเป็นเสี่ ย งๆ เพราะหัวหน้าเอาแต่โ กห กสร้างความร้าวฉาน

ไปมาในทีมจนไม่มีใครเชื่อใจกันอีก นิสัยค ดโก งจะไม่เพียงพาทีมพัง แต่องค์กรก็พานจะล่ มจ มด้วย เพราะคนที่ประพฤติทุจริตเป็นเรื่องปกติไม่ใช่คนที่น่าคบหาแม้แต่น้อย เพราะ

พวกเขาจะทำทุกทางให้ตัวเองเป็นผู้ได้แม้จะผิ ดก ฎหมา ย และไม่สนใจไยดีต่อผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบ นิสัยชอบนินทาว่าร้ า ยก็แ ย่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านิสัยอื่น เพราะเรื่องซุบซิบนินทา

ไม่จำเป็นว่าทุกอย่างที่พูดออกมาจะเป็นเรื่องจริง แถมยังสร้างความแตกแยกในทีมและองค์กร หรืออาจสร้างรอยแผ ลในใจให้คนอื่นๆ ใครที่มีนิสัยเช่นนี้ โดยเฉพาะหัวหน้า ควรที่

จะหลีกห่างให้ไกล และไม่ควรให้ขึ้นมามีอำนาจเหนือผู้อื่น เพราะจะทำให้ทุกอย่างแย่จนอาจจะแก้ไขไม่ได้ในท้ายที่สุด

7.มองโลกในแ ง่ร้ า ยกับทุกอย่างตลอดเวลา

มองโลกในแง่ดีไม่ได้แปลว่าโลกสวย การมองโลกในแ ง่ร้ า ยก็ไม่ได้แปลว่ามองโลกตามความเป็นจริงเสมอไป และถ้าให้เลือกทำงานกับคนอารมณ์บูดมองทุกอย่างแย่ไปหมด กับคน

อารมณ์ดีมองอะไรๆ ด้วยความคิดเชิงบวก น้อยคนคงเลือกที่จะทำงานกับคนอารมณ์บูดบึ้ง เพราะนอกจากจะพาบรรยากาศแ ย่แล้วนั้น ยังทำให้สุ ขภ า พเสียอีกด้วย ไม่ว่าจะมองโลก

ในแง่ไหน ในชีวิตจริงเราก็ควรที่จะมองโลกในทุกแง่มุมที่ทำได้ เพราะความเข้าใจนั้นไม่ได้มาจากมุมมองใดมุมมองหนึ่ง แต่เป็นการรู้ให้มากแล้ววิเคราะห์ออกมาเป็นมุมมองของตนเอง

แต่คนที่มองในแง่ร้ า ยตลอดเวลาก็จะไม่เห็นถึงโอกาสในการทำสิ่งต่างๆ เพราะพวกเขาจะเห็นแค่ความล้ มเหล วในทุกการกระทำ ยิ่งเป็นหัวหน้ายิ่งแล้วใหญ่ เพราะทีมจะไม่สามารถลงมือ

ทำอะไรได้หากหัวหน้าเอาแต่คอยขัดขาคนอื่นเพียงเพราะตนเองมองโลกในแง่มุมเดียว แม้ทุกคนจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่มนุษย์สามารถที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองจากความ

ผิดพลาดได้ นิสัยที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกลำบากใจและก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่นนั้นเป็นเรื่องที่ควรจะรีบแก้ไข เพราะในระยะยาวนอกจากจะไม่มีใครอยากร่วมงานกับคุณแล้ว ตัวคุณเอง

ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต อะไรที่แ ย่ก็รีบแก้เสีย ก่อนที่จะสายเกินไป

ขอบคุณที่มา : m i s s i o n t o t h e m o o n o f f i c i a l

Load More Related Articles
Load More By verrysmilejung99
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

เพราะ 6 สิ่งนี้ ที่ทำให้มนุษย์เงินเดือน “ลำบากตอนแก่”

ชีวิตมนุษย์เงินเดือน ไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่ใครคิด เพราะต้องดีลกับปัญหาทั้งเรื่องงาน เรื่อ…