Home ข้อคิดดีๆ 7 ความฟุ่มเฟือย ทำให้ติดกับการเงิน สู้แค่ไหนก็ไม่รวย

7 ความฟุ่มเฟือย ทำให้ติดกับการเงิน สู้แค่ไหนก็ไม่รวย

6 second read
0
0

1. อาหารนอกบ้าน กาแฟ ขนม

การที่คนเราทานอาหารนอกบ้าน นั้นสามารถทำได้ตามกำลังฐานะ แต่ก็หมายถึงงบประมาณที่ต้องจ่ายมากเกินจำเป็น เช่นกันเพราะว่าอาหารนอกบ้านนั้น จะมีราคาแพงกว่าการทำอาหารเองเสมอ โดยความจำเป็นของการทำงานคนส่วนใหญ่ต้องทานอาหารกลางวันที่ทำงานอยู่แล้ว

แต่เมื่อตกเย็นก็อยากจะไปหาอะไรอร่อย ๆ กินหลังจากที่ทำงานมาเหนื่อยทั้งวันหลายคนจึงติดนิสัยการกินอาหาร นอกบ้าน ซึ่งไม่ต่ำว่า 100 บาทแน่นอนในแต่ละมื้อ เฉลี่ยราว ๆ 200-300 บาทอยู่ที่ระดับราคาของร้านค้า ยิ่งเป็นร้านในห้างสรรพสินค้าก็ยิ่งแพง

นอกจากนี้คนเรายังดื่มกาแฟสด กาแฟในร้านกาแฟ รวมถึงขนมต่าง ๆ ที่มีราคาแพง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แม้จะดูเป็นราคาที่ไม่มากในแต่ละวัน แต่เมื่อรวมกันทั้งเดือน หลายคนที่จดรายการไว้อาจจะต้องตกใจทีเดียว

2. เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย

เรื่องความสวยงาม คนเรามักจะลืมคิดถึง ฐานะทางการเงินตนเองเสมอ เมื่อเงินเดือนออกก็อยากจะซื้อชุดเสื้อผ้าใหม่หลาย ๆ ชุดรวมถึงเครื่องแต่งกายอื่น ๆ เช่น รองเท้า กระเป๋า

และหลาย ๆ ครั้งก็มักจะติดกับดักเรื่องสงครามการลดราคาที่จัดมาเพื่อดูดเงิน นักช้อปทำให้ซื้อเสื้อผ้าที่เกินจำเป็นต้องใช้ หลายคนซื้อเสื้อผ้ามาแล้วอาจจะไม่ได้ใส่ชุดนั้นเลยก็เป็นได้

เพราะตอนซื้อเพียงเพราะเห็นว่าลดราคาแต่ไม่ได้พิจารณาจริงจังว่าจะเอามาใส่ได้ไหม เหมาะกับชุดที่มีอยู่แล้วหรือไม่ บางคนแม้ว่าจะนิยมเสื้อผ้าราคาไม่แพง

แต่ว่าเลิกงานแล้วก็ชอบเดินดูแล้วก็อดใจซื้อไม่ได้ เมื่อซื้อบ่อย ๆ หลายครั้งก็รวมกันแล้วมีค่าใช้จ่ายมากในแต่ละเดือน

3. เครื่องประดับ

เครื่องประดับทั้งสร้อยคอ แหวน นาฬิกา เป็นของที่มีราคาแพง ถ้ามีเรื่องของอัญมณีแท้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแล้วก็จะยิ่งแพงมากขึ้นการซื้อเครื่องประดับเหล่านี้เรียกได้ว่าควรจะมีเงินเก็บส่วนที่เหลือใช้จริงๆ เพราะว่าเป็นการตกแต่งประดับ ร่ า ง ก า ย

เพื่อความสวยงามมากกว่าประโยชน์ใช้สอยหลายคนอยากซื้อนาฬิการะดับสวยหรูเพื่อให้เท่าเทียมเพื่อนร่วมงานจนต้องรูดบัตรเครดิตซื้อไปก่อนก็มีซึ่งโดยแท้จริงแล้วถือว่าเป็นการใช้จ่ายเกินฐานะตนเอง ไม่รวมไปถึงแหวน ต่างหู สร้อยคอ สร้อยข้อมือต่าง ๆ

การใช้เงินไปกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เงินหมดไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะแต่ละชิ้นราคาเป็นหลักหมื่นถึงแสนบาทได้ควรจะเลือกชิ้นที่ชอบจริง ๆ และคำนวณว่าไม่กระทบแผนการใช้เงินจะดีกว่า

บางทีการรวมเงินไว้ก่อนเพื่อซื้อของดีมากชิ้นเดียวดีกว่าซื้อของราคากลาง ๆคุณภาพด้อยกว่าหลายครั้ง แล้วคุณจะมีความภูมิใจในเครื่องประดับชิ้น นั้นมากกว่าถ้าได้ซื้อด้วยเงินสดแทนการซื้อแบบผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิต

4. เครื่องสำอาง

ความงามของใบหน้าและผิวเป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยสร้างบุคลิกของคนเราได้ เครื่องสำอางจึงเป็นตลาดที่เติบโตอย่างมากโดยมีผลิตภัณฑ์หลายประเภทออกมาให้เลือกใช้ และคนเราก็ชอบทดลองของใหม่ ๆ ด้วย เพื่อต่อต้านริ้วรอยชะลอความแก่ชราแม้ครีมประปุกละหลายพันถึงหมื่นบาทก็ยอมซื้อ

ทั้งที่แท้จริงแล้ว ตามหลักสามัญสำนึก ไม่มีครีมที่ชะลอความแก่ได้เลยเครื่องสำอางและเครื่องประทินผิวจึงเป็นการใช้เพียง ชั่ ว ครู่ ชั่ ว ยามเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการดูแล สุ ข ภ า พ แบบองค์รวมมากกว่าการซื้อเครื่องสำอางจึงควร ซื้อใช้แบบพอเพียงและจำเป็น ไม่หลงเห่อตามกระแสหรือการโฆษณาสรรพคุณที่เกินจริง

5. รถยนต์

ลำพังรถยนต์ที่ซื้อจากศูนย์ นั้นไม่ได้ถือเป็นความฟุ้งเฟ้อ เว้นแต่ซื้อรถที่แพงเกินความสามารถในการผ่อนชำระและเกินความต้องการ ใช้งานแต่การตกแต่งรถต่างหากที่จะทำให้เงินของคุณ หมดไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะอยากปรับแต่งรถให้ไม่เหมือนใครทั้งด้านประสิทธิภาพ ความสวยงาม

เมื่อซื้อรถใหม่แล้วก็ต้องมีเงินค่าบำรุง รั ก ษ า เผื่อไว้ในอนาคตด้วยทั้งค่าภาษีและประกันภัยรถยนต์ หลายคนนิยมตกแต่ง เพิ่มอีกหลายอย่าง เช่น โคมไฟ ล้อแม็กซ์ แร็คหลังคา โช้คอัพ เบาะหนังใหม่และซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับรถยนต์อีกหลายอย่าง แล้วก็จะพบว่าบางทีไม่ได้ใช้อุปกรณ์นั้นเลย

เช่น อุปกรณ์เคลือบขัดสีรถที่น้อยคนมาก ที่จะได้ใช้เอง เพราะเวลาในชีวิตส่วนใหญ่ก็มักหมดไปกับการทำงานประจำอยู่แล้วเมื่อซื้อรถใหม่แล้วอย่าเพิ่งคิดซื้อสิ่งใดเพิ่มเติมอีกก็จะช่วยให้มีเงินเหลือมากขึ้นได้

6. อุปกรณ์ไอที

IT Gadget รวมถึงสมาร์ทโฟนรุ่นต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ดูดเงินคนที่นิยมความแปลกใหม่ของเทคโนโลยี หลายคนชอบเปลี่ยนชอบลองรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งก็มีข้อดีตรงที่ดูเป็นคนทันเทคโนโลยี

แต่ว่าก็ต้องจ่ายเพิ่มส่วนต่างสำหรับรุ่นใหม่เสมอ หรือการซื้ออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ สมาร์ทวอช สมาร์ทดีไวซ์ อุปกรณ์ IT ที่ออกมาใหม่ ๆ มักจะมีราคาแพงในช่วงแรกอยู่แล้วถ้าใครที่อยากล้ำนำเทรนด์ก็หมายถึงต้องจ่ายเงินล้ำหน้าคนอื่นด้วยเช่นกัน

เมื่อเทียบกับคนที่รอได้ให้ราคาลงมาสักหน่อยก่อนแล้วค่อยซื้อ ก็จะทำให้ประหยัดเงินได้มากกว่า อุปกรณ์ไอทีต่าง ๆควรจะซื้อเท่าที่จำเป็นกับการใช้งาน ในชีวิตประจำวันจึงจะคุ้มค่า ถ้าไม่ตามกระแสแฟชั่นมากเกินไปก็จะช่วยประหยัดเงินส่วนนี้ไปได้

7. งานอดิเรก

งานอดิเรกของคนเรา เป็นสิ่งที่ดึงดูดเงินออกไปได้ง่ายมาก จริงอยู่ที่คนเราทำเพื่อความสุขของตนเองแต่ด้วยความสุขนี้เองที่เป็นตัวที่ทำให้คนเราสามารถใช้เงินได้ไม่จำกัด ทุ่มไม่อั้นเพื่อให้ได้ของที่ต้องการ เช่นของสะสมที่หายากมีราคาแพง

หรือการซื้อเครื่องดนตรี จักรยาน การสะสมเหรียญ แสตมป์ โมเดล แม้แต่พระเครื่องก็ตามซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นความสุขทางใจ แนะนำว่าควรใช้เท่าที่จัดงบประมาณไว้จะดีที่สุด

เพื่อไม่ให้กระทบเงินส่วนอื่น ๆ ที่วางแผนไว้สิ่งที่ต้องระวังคือความอยากได้เนื่องจากของนั้นอาจจะเป็นของชิ้นเดียวหรือหาไม่ได้อีกแล้ว

ทำให้คนเราใช้เวลาตัดสินใจน้อยเกินไปและไม่ระวังการใช้จ่ายเงิน ดังนั้น งานอดิเรกควรเน้นหลักความพอเพียงเช่นกันไม่ทุ่มงบประมาณเพื่อความสุขมากเกินไป

การใช้เงินอย่างฉลาดโดยระมัดระวัง ค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ก็จะทำให้สามารถดูแลการเงินได้ดีกว่าเดิม รู้ว่าเงินควรจะถูกใช้ไปอย่างไร ช่องทางไหนเป็นทางที่ต้องระวังไม่ให้เป็นการใช้เงินที่ฟุ้งเฟ้อ

เพราะความต้องการของมนุษย์เราไม่มีที่สิ้นสุด ได้อย่างหนึ่งแล้วก็มักอยากได้อีกอย่างหนึ่ง ตามมาการมีสติและคิดให้รอบคอบก่อนใช้เงินออกไปจึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำมากที่สุด

ขอขอบคุณ f w l i n e

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

ทำงานมาครึ่งชีวิต แต่ทำไมยังไม่รวย อ่านแล้วกระจ่างเลย

คนทั่วไปมักคิดว่า หากมีการใช้จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร แค่ขอให้หาเงินได้มากๆ เอาไว้ก่อน หรือ…