Home ข้อคิดดีๆ 6 วิธีเลิกเป็น “คนคิดลบ” เปลี่ยนเป็นคนคิดด้านดีๆ

6 วิธีเลิกเป็น “คนคิดลบ” เปลี่ยนเป็นคนคิดด้านดีๆ

8 second read
0
0

เมื่ออายุมากขึ้นหลายคน เริ่มตระหนักถึงคุณค่าของเวลาในชีวิตที่ไม่ได้มีมากมายให้ใช้ฟุ่มเฟื่อยเพราะเมื่อใช้ไปแล้วไม่สามารถหามาเพิ่มได้ ทว่า หลายครั้งที่คนเรายังเผลอปล่อยให้ชีวิตเสียเวลาไปกับความคิดลบๆ ที่ บั่ น ท อ น จิตใจ

มัวแต่กังวลกับอนาคตที่ยังไม่เกิด ครุ่นคิดกับอดีตที่ผ่านมาแล้ว เอาตัวเองไปผูกติดกับเรื่องราวที่ชวนให้ไม่สบายใจ โดยหารู้ไม่ว่าการเอาใจไปผูกกับความคิดลบๆ เหล่านี้ ไม่ต่างกับการผลักไส ให้ตัวเองถอยห่างจากความสุข แต่ยังดูดพลังชีวิต

พาลให้ละเลยสิ่งสำคัญในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย ข่าวดีคือ แม้ว่าคุณจะเสียเวลาในชีวิตที่ไม่อาจเรียกกลับคืนไป กับความคิดลบๆ แต่ยังไม่สาย หากจะเริ่มฝึกจิตใจให้แข็งแกร่ง ขจัดความคิดลบๆ ที่เกาะกินในใจให้หมดไปตั้งแต่วันนี้

1.เท่าทันความคิดของตัวเอง จิตใจของมนุษย์ฉลาดกว่าที่เราคิด ไว้เยอะ มันสามารถแยกแยะความจริงและสิ่งลวง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการความคิดลบได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ขอแค่รู้ให้เท่าทันก็รับมือได้ไม่ยาก โดยส่วนมาก ความคิดลบของคนเรามักเกิดจากการมองโลก 4 แบบ ดังนี้

-มองแบบสุดโต่งไม่ขาวก็ดำ

-มองแบบคิดเองเออเองเช่นเวลาเห็นใคร ไม่ยิ้มให้มักคิดตำหนิตัวเองไว้ก่อน

ว่าเราคงไปทำอะไรให้เขาไม่ชอบใจทั้งที่วันนั้นคนๆนั้นอาจอารมณ์ไม่ดีก็เป็นได้

-มองแบบจำกัดกรอบ โดยเลือกมองแต่เฉพาะด้านลบๆ

-มองแบบหายนะ นึกถึงแต่ผลลัพธ์ที่ เ ล ว ร้ า ย ที่สุดที่จะเกิดขึ้น

ถ้าสามารถเท่าทันกับความคิดที่บางครั้งมักบิดเบือนสิ่งที่เห็น

จนก่อให้เกิดเป็นความคิดลบๆ ในหัว ก็สามารถจัดการได้ไม่ยาก

2.พาตัวเองออกจากความคิดลบๆ เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่ากำลังจมอยู่กับความคิด แ ย่ ๆ ให้ลองหยุดพักและให้เวลากับตัวเอง

แค่สั้นๆ เพียง 5 นาที เพื่อปลดปล่อยตัวเองออกจากความคิดลบนั้นๆ ไม่เอาใจไปจดจ่อ เมื่อดีขึ้นแล้วค่อยๆ พาตัวเองกลับมาแล้วใช้ชีวิตตามปกติต่อไป

3.หยุดทำตัวเป็นผู้พิพากษา คนเรามักชอบทำตัวเป็นจอมตัดสินทั้งตัดสินตัวเองและผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวบ่อยๆ ซ้ำ ร้ า ย ยังชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

จนทำให้เป็นทุกข์แม้นิสัยชอบตัดสินนี้จะแก้ยากและไม่ได้ตัดกันได้ง่ายๆแต่ถ้าทำได้จะรู้สึกราวกับได้ปลดแอกตัวเองจากพันธนาการที่โอบรัด

หรือถ้าลองพยายามแล้วทำไม่ได้จริงๆให้ลองเปลี่ยนนิสัยชอบตัดสินคนอื่นด้วยทัศนคติลบมาเป็นใช้ทัศนคติด้านบวกเป็นเกณฑ์แทน

4.ฝึกตัวเองให้รู้จักขอบคุณสิ่งดีๆ รอบตัว มีผลงาน วิ จั ย พบแล้วว่า การกล่าวคำขอบคุณให้ติดเป็นนิสัยมีผลต่อระดับความสุข

และความคิดบวกของคนเรา ต่อให้คุณพบกับช่วงเวลาที่ต้องพบกับความท้าทายในชีวิต เชื่อเถอะว่าคุณก็ยังสามารถพบกับสิ่งเล็กๆ

ที่ทำให้คุณรู้สึกของคุณได้ คุณควรหมั่นสังเกตว่าอะไรคือสิ่งที่ทำแล้วทำให้คุณรู้สึกดีและมีความสุข จงพยายามอยู่กับสิ่งนั้น

นอกจากนี้คุณอาจเขียนบันทึกเพื่อขอบคุณสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวที่เราเจอในแต่ละวันเก็บไว้

5.โฟกัสกับจุดแข็งที่คุณมี ธรรมชาติของมนุษย์มักจมปลัก อยู่กับความคิดลบๆ และมองข้ามความคิดบวกเพื่อก้าวผ่านหลุมพลางดังกล่าว

คุณต้องเริ่มฝึกตัวเองให้หันมาโฟกัสกับจุดแข็ง ที่มีเลิกเอาใจไปผูกกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและเมื่อใดที่รู้สึก แ ย่ ให้พยายามคิดถึงสิ่งที่คุณรู้สึกชอบตัวเองในมุมนั้นเข้าไว้

6.หาตัวช่วยเสริมเกราะความคิด หากคุณพบว่า ไม่สามารถจัดการความคิดของตัวเองได้จริงๆ และความคิดลบๆ ที่อัดแน่นในหัวกำลัง คุ ก คา ม การใช้ชีวิตในแต่ละวันของคุณ

และ ทำให้หนทางแห่งความสุข ในการใช้ชีวิตของคุณเต็มไปด้วยขวากหนาม ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วย บำ บั ด จิตใจคลายอารมณ์ที่ เ ศ ร้ า ห ม อ ง ของคุณออกไป

ขอขอบคุณ t e r r a b k k

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

นี่คือคำสอนจากแม่ อยากให้ลูกสาวได้อ่านเตือนใจ

มนุษย์เรา เติบโตมาด้วย คำสั่งสอนของบิดา มารดา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ยังต้องฟังพร่ำส…