Home ข้อคิดดีๆ 5 เหตุผลที่ คนรุ่นใหม่ สนใจงานราชการน้อยลง

5 เหตุผลที่ คนรุ่นใหม่ สนใจงานราชการน้อยลง

12 second read
0
0

ในยุคปู่ย่า ตา ย า ย การเข้ารับราชการ ถือเป็นงานในฝันที่นำความภาคภูมิใจมาสู่ครอบครัว จนเกิดเป็นคำพูดที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินว่า รับราชการจะได้เป็นเจ้าคนนายคน แต่เมื่อยุคสมัย

เปลี่ยนไป แนวคิดเรื่องการทำงานก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัยด้วย จากที่งานราชการเคยเป็นงานในฝันอันดับต้นๆ เมื่อถึงยุคหนึ่ง งานในฝันอาจกลายเป็นการได้ทำงานแบงค์ ทำงานบริษัทเอกชน

และมาถึงสมัยนี้ ที่เทคโนโลยี อยู่ในทุกอณูของชีวิต งานในฝันของเด็กยุคใหม่ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ลองมาดูกันดีกว่าว่างานในฝันของเด็กยุคนี้คืออะไร และงานราชการจะยังติดอับดับอยู่หรือไม่

3 อันดับอาชีพในฝันเด็กไทย

ข้อมูลจากกลุ่มบริษัท อเ ด็ คโก้ ที่ทำการสำรวจ “อาชีพในฝันของเด็กไทย” ครั้งที่ 11 ปี 2563 โดยสุ่มกลุ่มตัวอย่างเด็กไทยอายุ 7-14 ปี จำนวน 4,050 คน จากทั่วทุกภูมิภาค พบว่าอาชีพมาแรง

เป็นอันดับหนึ่ง ได้แก่ อาชีพห ม อ ตามมาด้วย ครู และอันดับสาม ยู ทู ปเ บ อร์

ลำดับที่หนึ่ง สำหรับอาชีพห ม อ ข้อมูลระบุว่าเด็กส่วนใหญ่ที่อยากเป็นห ม อ เป็นเด็กกลุ่มที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนหนึ่งที่อาชีพห ม อยังคงเป็นอาชีพในฝันของเด็กๆ มา

หลายยุคสมัย น่าจะอยู่ที่ค่านิยมในสังคม ที่มองว่าคนเป็นห ม อคือคนเก่ง ที่ไม่เพียงได้ช่วยเหลือผู้คนแต่ยังเป็อาชีพที่มีค่าตอบแทนสูงด้วย

อับดับสอง คือ คุณครู เด็กๆ ส่วนใหญ่ที่อยากเป็นครู เป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากกรุงเทพฯ ซึ่งค่านิยมการเป็นครูนั้น อาจหมายถึงคนที่มีความรู้ความสามารถและช่วย

พัฒนาชุมชนและท้องถิ่นได้

อันดับสาม ยูทู ป เ บ อ ร์ จัดเป็นอาชีพที่มาแรงสุดๆ โดยผลสำรวจเด็กไทยพบว่า 93% ใช้ยู ทู ป นำหน้าสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ ยูทูปจึงมีอิทธิพลต่อการเลือกอาชีพในฝันของเด็กๆ ด้วย

เพราะพวกเขาอยากเป็นยูทู ปเ บ อ ร์ชื่อดังเหมือนกับพี่ๆ ที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งมีทั้งยูทู ปเ บ อ ร์ที่สายผลิตคอนเทนต์และสายแคสเกม โดยยูทู ปเ บ อ ร์ที่เด็กๆ ชื่นชอบเป็นอันดับหนึ่ง คือ

เ ก๋ไ ก๋ สไ ลเ ด อ ร์ นั่นเอง

งานราชการอยู่ไหน ถ้าไม่ใช่ในใจเด็กๆ

แม้ว่าอาชีพครู อาจจัดได้ว่าเป็นงานราชการ แต่เมื่อพูดถึงงานราชการจริงๆ คนส่วนใหญ่ย่อมนึกถึง เจ้าหน้าที่ที่อยู่ตามหน่วยงานของรัฐ ทำหน้าที่ให้บริการประชาชน ซึ่งเมื่อก่อน การรับราชการ

อาจขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพในฝัน เพราะมีคว า มมั่ นค ง อีกทั้งยังเป็นอาชีพที่ได้รับความนับหน้าถือตาในยุคสมัยหนึ่ง เมื่อกาลเวลาผ่านไป แม้พ่อแม่หรือปู่ ย่า ต า ย า ย ยังอาจอยากให้ลูกรับ

ราชการ แต่เด็กยุคใหม่ที่เป็น tech savvy หรือมีความชำนาญในด้านเทคโนโลยี พวกเขาค้นพบว่า ตัวเลือกในอาชีพการงานนั้นมีมากกว่าที่พ่อแม่ปู่ ย่า ตา ยา ยรู้จัก และบางครั้งการนั่งทำงาน

หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่กับบ้าน ยังอาจสร้างรายได้มากกว่าการรับราชการเป็นไหนๆ ประกอบกับคุณค่าที่เด็กยุคใหม่ยึดถือ แตกต่างไปจากพ่อแม่ปู่ ย่า ตา ย า ย กล่าวคือ พ่อแม่ปู่ ย่า ตา ย า ย

อาจให้ความสำคัญเรื่องหน้าตาทางสังคม แต่สำหรับเด็กยุคใหม่ พวกเขาให้ความสำคัญกับประสบการณ์ชีวิต การทำงาน 8 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น อาจทำให้พวกเขาพลาดโอกาสที่จะได้ใช้

ชีวิตแบบที่ต้องการ สูญเสียโอกาสออกไปเผชิญโลกกว้างอย่างที่ตั้งใจนอกจากนี้ ใครที่เคยติดต่องาน หรือเคยผ่านงานราชการ น่าจะเข้าใจดีว่าระบบราชการแบบไทยๆ ยังคงมีความเป็นระดับ

ชั้นที่สั่งงานตามแนวดิ่ง อีกทั้ง ยังมีขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน เป็นระเบียบแบบแผนที่ขาดการยืดหยุ่น สิ่งเหล่านี้ ขัดกับธรรมชาติการทำงานของคนยุคใหม่ ที่ชอบเสนอไอเดีย อยากใช้

ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งงานราชการอาจไม่ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตของเด็กยุคนี้อีกต่อไป

5 เหตุผลที่ทำคนรุ่นใหม่หมดความสนใจรับราชการ

1. ค่าตอบแทน แม้ราชการจะมีเบี้ยเลี้ยงบำนาญ แต่หากเทียบกับเอกชนแล้ว งานเอกชนมีโอกาสได้ค่าตอบแทนสูงกว่างานราชการมาก

2. ความก้าวหน้า งานราชการมีระบบอาวุโส โอกาสที่จะเติบโตเพราะความสามารถจริงๆ มีน้อยกว่างานเอกชน

3. ทางเลือกมากขึ้น เด็กยุคใหม่มีทางเลือกในการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้นกว่าสมัยก่อน ยุคนี้อยู่บ้าน ก็สามารถสร้างรายได้จากงานออนไลน์ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจได้ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

ของเด็กยุคใหม่มากกว่าการทำงานราชการ

4. งานราชการไม่ท้าทาย รูปแบบงานราชการที่เป็น Routine อาจไม่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ชอบใช้ความคิดสร้างสรรค์ ได้ออกไอเดีย ทดลองทำอะไรใหม่ๆ ซึ่งหากเลือกทำราชการ ก็อาจ

ไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เท่าที่ควร

5. งานราชการต้องสอบแข่ งขั น เมื่อเทียบกับความคุ้มค่า สิ่งที่งานราชการมอบให้อาจมีเพียงคว า ม “มั่ นค ง” ในระยะยาว แต่เมื่อเทียบกับการแข่ งขั นแล้ว จำนวนผู้สอบกพ. เพื่อเข้ารับ

ราชการยังมีสูง แต่จำนวนที่เปิดรับมีน้อย ในขณะที่งานเอกชน ไม่จำเป็นต้องสอบเข้า ถึงแม้อาจไม่มั่นคงเท่า แต่หากมีความสามารถจริงๆ ก็อาจก้าวหน้าในหน้าที่การงานง่ายกว่าราชการ

บทบาทของพ่อแม่ต่ออาชีพในฝันของลูก สำหรับคนเป็นพ่อแม่ แม้ว่าในใจอาจมีอาชีพในฝันที่อยากให้ลูกทำ ไม่ว่าจะเพราะเห็นว่ามั่นคงและดีต่ออนาคตของลูก หรือเป็นอาชีพในฝันของ

พ่อแม่มาก่อน แต่ต้องไม่ลืมว่า แม้เราจะให้กำเนิดพวกเขา แต่ลูกจำเป็นต้องมีชีวิตของตัวเอง และการที่พวกเขาได้เลือกสิ่งที่ต้องการจริงๆ ต่างหากที่จะทำให้พวกเขามีความสุขในชีวิตได้

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ สังเกตความชอบของลูก และสนับสนุนให้เขาได้ฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่ออาชีพในฝันของพวกเขาในอนาคต ขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้ลูกได้รับผิดชอบความฝัน

ของตัวเอง เช่น บางสิ่งที่คิดว่าชอบ แต่เมื่อลองทำดูแล้ว พบว่าไม่ใช่ อาจให้ลูกช่วยรับผิดชอบค อ ร์ สเรียนที่ล้มเลิกกลางคัน ด้วยการรับผิดชอบงานบ้านเพิ่มขึ้น เพราะใช่ว่าทุกความฝัน

จะประสบความสำเร็จ การเรียนรู้ ลองผิดลองถูก สั่งสมประสบการณ์ จะช่วยให้เด็กๆ ค้นพบตัวตนที่แท้จริงได้ แต่ระหว่างนั้นเด็กๆ ก็ควรเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบการกระทำของตนเองด้วย

สิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ ต้องเชื่อมั่นในตัวลูก เมื่อลูกเลือกทำสิ่งใดแล้ว แม้ว่าเราอาจไม่เห็นด้วยหรือมองว่ายากที่จะประสบความสำเร็จ แต่อย่างน้อย ก็ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ลอง แม้จะ

ผิดพลาดก็เป็นบทเรียนที่สำคัญต่อความสำเร็จในอนาคตต่อไป

ขอบคุณที่มา : s t a r f i s h l a b z . c o m

Load More Related Articles
Load More By verrysmilejung99
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

เพราะ 6 สิ่งนี้ ที่ทำให้มนุษย์เงินเดือน “ลำบากตอนแก่”

ชีวิตมนุษย์เงินเดือน ไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่ใครคิด เพราะต้องดีลกับปัญหาทั้งเรื่องงาน เรื่อ…