Home ข้อคิดดีๆ 5 วิธีอยู่ให้เป็น กับสังคมที่ทำงานแย่ๆ

5 วิธีอยู่ให้เป็น กับสังคมที่ทำงานแย่ๆ

8 second read
0
0

เคยมั้ย รู้สึกเบื่อไม่อย ากตื่นไปทำงาน เบื่อกับคน หน่ายกับงาน จนอย ากลาออกวันละหลายหน เมื่อสังคมการทำงานมัน แ ย่ จนทำให้เรารู้สึกท้อแบบนี้จะรับมือยังไงดีนะ

หนึ่งในสาเหตุหลักการลาออกจากงาน ของมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา คือการต้อง ‘ทนอยู่’ กับสภาพแวดล้อม ที่นอกจากจะไม่เอื้อต่อการทำงานแล้วยัง บั่ น ท อ น จิตใจ

ทำให้ไม่มีความสุขกับการทำงานไปอีก ที่ทำงานของคุณ เป็นแบบนั้นอยู่หรือเปล่า? ทำยังไงดีเมื่อที่ทำงานมัน แ ย่ ? อย่าเพิ่งตกใจไปถ้าพบว่าตัวเองกำลังเผชิญสถานการณ์นี้อยู่

เพราะอย่างน้อยเราก็ไม่ได้เป็นมนุษย์คนเดียว ในโลกที่ต้องรับชะตากรร ม ลองรับมือด้วยวิธีการดังต่อไปนี้กันดีกว่า

1.เปลี่ยน Mindset ซะใหม่

ไม่มีอะไรสามารถทำ ร้ า ย เราได้เท่ากับ ความคิดของเราเอง ในเมื่อเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ใครต่อใคร ก็จงเปลี่ยนความคิดและมุมมองที่ตัวเราใหม่

เลือกโฟกัสแต่ความสุข ส่วนความทุกข์ให้ปล่อยเบลอในทุกๆ สถานการณ์ที่ย่ำ แ ย่ มักจะมีเรื่องราวดีๆ ซ่อนอยู่เสมอ เพียงแค่เราต้องหาให้เจอเท่านั้นเอง

วันนี้เจ้านายอาจจะตีงานกลับมาให้แก้ใหม่ เพราะเขาอาจเห็นว่า เรามีศักยภาพในการสร้างผลงานได้ดียิ่งกว่านั้นบ่นไปก็ไม่ช่วยให้งานเสร็จไวขึ้น จริงไหม?

สร้างเกราะป้องกันความคิดลบที่คอยแต่จะทำให้สถานการณ์มันย่ำ แ ย่ ไปกว่าเดิมเสียดีกว่า

2.อย่าเข้าไปร่วมวงสนทนา ใ ต้ เ ตี ย ง ดารา

จำให้ขึ้นใจว่า ไม่มีใครในโลก ไม่ถูกนินทา วันนี้เราอาจอยู่ในวงสทนา แต่วันหน้าเราอาจจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาก็ได้ ใครจะรู้ ดังนั้นหลีกหนีให้พ้นจากคนที่มีความคิดลบ

คนที่คอยนินทาว่า ร้ า ย คนอื่นเพราะคนพวกนี้มักจะมี Self-esteem ต่ำ ไม่เคารพตัวเองมากพอ จนต้องทำให้คนอื่นดู แ ย่ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าเหนือกว่า

ถ้าอยู่ดีๆ ดันตกไปอยู่กลางวงขาเม้าท์ประจำออฟฟิศ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ การเงียบ ไม่ออกความคิดเห็นใดๆ นอกจากนี้ถ้าเราถูกเม้าซะเอง

ก็อย่าเอาคำพูด แ ย่ ๆ จากคน แ ย่ ๆ เก็บมาใส่ใจ เรารู้ตัวเราเองว่าเป็นคนยังไงพอ จบ แยก!

3.โฟกัสแค่ตัวเองก็พอ

ไม่ปล่อยให้สังคม การทำงานมาทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเอง รู้หรือไม่ว่าหลายคน ยอมลดศักยภาพของตัวเองลง เพื่อจะได้ไม่กลายเป็นจุดเด่น

ยอมเป็นแกะที่ถูกย้อมสีทับให้เหมือนตัวอื่นๆ เพื่อจะได้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเล็กซึ่งไม่เป็นผลดีในระยะย าว เพราะโลกของการทำงาน คนเก่งที่สุดในทีม

มักจะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งก่อนใครเขา ยิ่งไปกว่านั้นสังคมทำงาน แ ย่ ๆ อาจทำให้เรารู้สึกไม่อย ากทำอะไรเลยในชีวิตนอกจากนอนโ ง่ๆ อยู่ บ น เ ตี ย งในวันหยุดเท่านั้น

ดึงตัวตัวเองกลับมาได้แล้ว หากิจกรร ม นอกเวลางานที่ทำแล้วมีความสุข มี Passion ในการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น

4.พาตัวเองไปรับพลั ง บวกเยอะๆ

แม้สังคมการทำงาน จะเป็นสังคมเล็กๆ แต่เราก็ควร ‘เลือก’ h a n g o u t เฉพาะกับเพื่อนร่วมงาน ที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ในทาง จิ ต วิ ท ย า หากเราใช้ชีวิตร่วมกับคนแบบไหนนานๆ

เราจะกลายเป็นคนแบบนั้น เพื่อนที่ชอบบ่น ตินู่น ตินี่ มักจะแผ่กระจายความรู้สึกด้านลบให้คนรอบข้าง มีความรู้สึกร่วมไปกับเขา จงรู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเอง

ทันทีที่คิดลบ ให้รีบพาตัวเองไปขั้วบวกทันที! อาจจะติด post it ข้อความให้กำลังใจที่โต๊ะทำงานเพื่อเตือนสติหรือพักเบรคระหว่างงานบ้างสัก 10 นาที

ฟังเพลง สูดอากาศ รีเซ็ตอารมณ์ตัวเองก่อนกลับไปทำงานที่เหลือ

5.หาวิธีแก้ปัญหาแบบยั่งยืน

ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม! ถอยออกมาจาก ความสิ้นหวัง เพื่อมองภาพในมุมกว้าง มองว่าปัญหาอยู่ตรงไหน มีวิธีอะไรที่สามารถช่วยบรรเทาให้ดีขึ้นได้บ้าง

เรียกได้ว่า จะเป็นส่วนหนึ่งของแก้ไขปัญหาแทนที่จะเป็น ส่วนหนึ่งของปัญหาซะเอง อย่างไรก็ตาม ถ้ามันเป็นสิ่งที่แก้ไขอะไรไม่ได้ ก็จงยอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างปกติสุขที่สุด

แต่ถ้าหากวันนึง เราพบว่าความสุขที่เคยได้รับจากที่ทำงานไม่หลงเหลืออีกต่อไปแล้วจนกระทบกับชีวิตส่วนตัว ครอบครัวและคนรอบข้างจากการแบกรับความ เ ค รี ย ด ที่มากเกินไป

ท้ายที่สุด การลาออกอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดก็ได้จงรู้เท่าทัน ความรู้สึกของตัวเอง ทันทีที่คิดลบ ให้รีบพาตัวเองไปขั้วบวกทันที!ในโลกความเป็นจริง

ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราไปหมดทุกอย่าง ปัญหามีอยู่ทุกที่แต่อยู่ที่เราจะเรียนรู้ และปรับตัวยังไงให้อยู่กับมันได้ต่างหาก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของการใช้ชีวิตในสังคมการทำงานให้มีความสุข

ขอขอบคุณ parkerbridge

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

ก่อนจะดูถูกตัวเอง (อยากให้คุณอ่านเรื่องนี้จัง)

การจะเลือกใครสักคน มาเป็นคู่ชีวิต เราก็ต้องพิธีพิถันกันหน่อย เพราะนั่นคือคนที่เราจะต้องฝาก…