Home ข้อคิดดีๆ 10 วิธีเอาตัวรอดถ้า “เงินเดือนไม่พอใช้”

10 วิธีเอาตัวรอดถ้า “เงินเดือนไม่พอใช้”

10 second read
0
0

1. ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้รายได้ของเรา ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ก็เป็นเพราะว่าคุณใช้เงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นค่ะ ฉะนั้นถ้าอยากลดปัญหาเงินเดือนไม่พอใช้ ก็แค่เปลี่ยนแปลงตัวเอง

ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย อย่างเช่น ลดการกินข้าวนอกบ้านลง หรือหยุดการช้อปปิ้งในสิ่งที่ไม่จำเป็น บางทีอาจจะทำให้คุณมีเงินเหลือมากขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ

2. หยุดนำเงินอนาคตมาใช้

หลายคนแก้ปัญหารายได้ไม่พอใช้ด้วยการกู้หนี้ยืมสิน หรือกดเงินสดจากบัตรต่าง ๆ ออกมาใช้ แต่ก็อย่าลืมว่าเงินที่ได้มา จากการหยิบยืมเป็นเงินอนาคตที่ยังไงเราก็ต้องใช้คืน

และการที่ต้องมาจ่ายคืนหนี้สิน ก็ยิ่งทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพมากขึ้นไปอีก ดังนั้นหากถ้าคุณคิดจะแก้ปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง คุณควรหยุดการเพิ่มหนี้สิน และพึงจดจำให้ขึ้นใจว่า มีน้อย ใช้น้อย ดีที่สุดค่ะ

3. หารายได้เสริม

ในเมื่อรายได้ประจำของเราไม่เพียงพอ ต่อการใช้จ่ายต่อเดือน แม้ว่าจะตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นแล้วก็ยังรู้สึกว่าการเงินในแต่ละเดือนฝืดเคืองเสียเหลือเกินสิ่งที่ควรทำก็คือการหารายได้เสริม การเพิ่มพูนรายได้ด้วยอาชีพเสริมเป็นตัวช่วยที่ดีไม่น้อย

แค่เพียงนำความรู้หรือความสนใจที่มีมาใช้ให้เป็นประโยชน์เท่านั้นเอง ไม่แน่นะว่าทำ ๆ ไปแล้วอาจจะรุ่งกว่ารายได้ประจำที่ได้รับอยู่ก็ได้ ถ้าหากยังนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรเป็นรายได้เสริม ก็ลองมาดูไอเดียเด็ด ๆ ที่เราหยิบมาแนะนำกันเลย

4. ประหยัดค่าใช้จ่ายบางอย่างลง

หากการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปแล้วก็ยังพบว่ารายได้ที่มียังไม่เพียงพอ ต่อการใช้จ่าย ลองหันกลับมามองในแต่ละเดือนดูว่ามีค่าใช้จ่ายใดบ้างที่สามารถลดลงได้อีก เช่น ค่าเดินทาง หากเป็นคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว ก็เปลี่ยนมาขึ้นรถสาธารณะบ้าง อย่างรถเมล์ รถไฟฟ้า

หรือเรือโดยสารบ้าง ถ้าใครที่ชอบขึ้นแท็กซี่บ่อย ๆ ก็เปลี่ยนมานั่งรถเมล์บ้าง ก็จะลดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยเลยและถ้าหากเป็นคนที่รับประทาน อาหารนอกบ้านอยู่บ่อย ๆ ก็หันมาทำอาหารรับประทานเอง ห่ออาหารกลางวันไปกินที่ทำงาน แม้ว่าอาจจะลดค่าใช้จ่ายได้ไม่มาก แต่ก็บอกได้เลยว่าเงินเหลือเพิ่มขึ้นแน่

5. หาทางปลดเปลื้องหนี้สินที่มี

สำหรับคนที่มีปัญหา เรื่องเงินเดือนไม่พอใช้ นอกจากการตัดค่าใช้จ่าย และการหารายได้เสริมแล้ว คุณก็ควรหันมามองในเรื่องของหนี้สินด้วย เพราะหนี้สินก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณพบกับปัญหาทางการเงิน โดยคุณควรรีบหาทางปลดเปลื้องหนี้สินให้เร็วที่สุด

ซึ่งวิธีที่จะจัดการกับหนี้สินก็มีหลากหลายรูปแบบ เช่น การกู้สินเชื่อส่วนบุคคลมาปลดหนี้สินต่าง ๆ และรวมให้หนี้สินเหล่านั้นกลายเป็นหนี้สินก้อนเดียวกัน ทั้งนี้ หากคุณมีหนี้สินเรื่องบัตรเครดิตด้วย ก็ควรจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด

เพราะดอกเบี้ยของหนี้บัตรเครดิตเรียกได้ว่า โ ห ด สุด ๆ ยิ่งถ้ามีหลายใบ ก็ควรเลือกสะสางหนี้บัตรเครดิตใบที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน หลังจากนั้นหากหนี้บัตรเครดิตยังไม่หมด การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตก็เป็นวิธีที่น่าสนใจ เพราะดอกเบี้ยต่ำกว่า

แถมยังช่วยให้คุณรวบรวมหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดไว้ด้วยกัน ไม่ต้องผ่อนทางนี้ทีทางนั้นทีให้เสียดอกเบี้ยเยอะ ๆ ค่ะ

6. จัดสรรรายได้ให้เป็นระบบ

หลังจากปลดหนี้สินและตัดค่าใช้จ่าย บางตัวที่ไม่จำเป็นแล้ว ได้เวลาที่เราต้องกลับมามองรายได้ที่มีอยู่ ถ้าคิดว่าเราไม่สามารถควบคุมเงินในมือให้เป็นไปตามที่คาดหวังได้ด้วยตัวเอง เราก็ต้องมีตัวช่วยเข้ามาเสริม

อย่างเช่น ลองกำหนดดูว่าในแต่ละวันเราควรใช้เงินเท่าไร แล้วแบ่งใช้ตามนั้น ที่สำคัญคือ ควรจะแบ่งเงินสำหรับเก็บออมด้วย โดยเมื่อเงินเดือนออกควรจะแบ่งเก็บ เข้าบัญชีออมทรัพย์แยกต่างหากไปเลยอย่างน้อยเดือนละ 3-10% ของรายได้ต่อเดือน

7. จดบันทึกรายรับ-รายจ่าย

การจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย เป็นวิธีจัดระบบการใช้จ่าย ที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะจะทำให้เราเห็นตัวเลขรายได้และค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนในแต่ละเดือน

แล้วจะรู้ทันทีว่าเราใช้เงินไปกับเรื่องไหนมากเกินไปหรือเปล่า อะไรที่ทำให้เงินไม่พอใช้ ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปลี่ยนแปลงหากมีปัญหารายได้ไม่เพียงพอ

8. หยุดฝากอนาคตทางการเงินไว้กับการ เ สี่ ย ง โชค

ไม่ว่าจะหวยใต้ดิน ลอตเตอรี่ หรือการ เ สี่ ย ง โชคใด ๆ ก็ตามที่คุณคิดว่าแค่เล็กน้อย แต่ขอบอกว่านั่นล่ะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณหมด เ นื้ อ หมดตัวได้ง่าย ๆ หยุดคิดเรื่องการฝากอนาคตไว้กับดวงเดี๋ยวนี้เลย

เพราะโอกาสที่คุณจะดวงดีน่ะไม่ได้มีง่าย ๆ เลย แทนที่จะเอาเงินไปทุ่มกับดวง แนะนำว่าให้เก็บเงินเหล่านั้นไว้ใช้จะดีกว่า หรือถ้าอยากให้ได้ประโยชน์มากขึ้น ก็เก็บสะสมเป็นเงินเก็บในบัญชีเงินฝาก ไม่มีความ เ สี่ ย ง แถมยังมีดอกเบี้ยเล็ก ๆ น้อย ๆ พอกพูนขึ้นอีกด้วย

9. เริ่มต้นลงทุน

ในยุคนี้การฝากเงินออมทรัพย์ในธนาคาร คงไม่ใช่ทางออกของคนที่อยากได้ผลตอบแทนสูงอีกแล้ว เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับไม่เกิน 1% ต่อปีนั้นช่างน้อยนิด ถ้าอยากมีเงินเก็บมากขึ้นคงต้องมองหาทางเลือกอื่น เช่น การนำเงินไปลงทุนในแผนการลงทุนที่มีความ เ สี่ ย ง น้อย

แต่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ เช่น กองทุนตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ เงินฝากประจำแบบปลอดภาษีหรือเงินฝากประจำดอกเบี้ยสูง แม้ว่าในเริ่มแรกอาจจะไม่ได้ช่วยให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นแต่จะเห็นผลในระยะยาว และยังช่วยเพิ่มความมั่นคงในอนาคต

แต่ถ้าใครยอมรับความ เ สี่ ย ง ได้มากขึ้นหน่อย อาจเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้น หรือกองทุนแบบผสม ซึ่งมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่ก็ต้องระวังไว้ว่ามีโอกาสขาดทุนได้ไม่ต่างกัน

หรือถ้าใครมีภาระต้องเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาอยู่แล้ว การเลือกลงทุนในกองทุน SSF หรือ RMF ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจนะคะ

10. มองหาโอกาสที่ดีกว่า

อย่างที่ทราบกันดีกว่า โอกาสไม่ได้ลอยมาหาเรา ง่าย ๆ แต่เราจะต้องไปขวนขวายหากันเอาเอง และเรื่องการเงินก็เช่นกัน ในเมื่อเงินเดือนของเราไม่พอใช้ เราก็ควรสร้างโอกาส ในการเพิ่มพูนรายได้ของตัวเอง

อย่างเช่น การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม หรือการเรียนต่อเพื่อเพิ่มฐานเงินเดือน ให้กับตัวเองในกรณีบริษัทพิจารณาเงินเดือนจากวุฒิการศึกษา นอกจากนี้การแสวงหาความก้าวหน้าในการงานก็เป็นอีกวิธีในการเพิ่มพูนรายได้เช่นกัน เพราะยิ่งตำแหน่งสูงขึ้นก็ยิ่งมีเงินเดือนมากขึ้นค่ะ

เห็นไหมล่ะว่าการแก้ไขปัญหาทางการเงิน ที่เงินเดือนไม่พอใช้จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด อยู่ที่ว่าคุณพร้อมที่จะเริ่มต้น และตั้งใจจริงหรือเปล่า แม้ว่าอาจจะไม่ช่วยให้คุณมีเงินมากขึ้นแบบทันทีทันใด

แต่ก็ช่วยสร้างความมั่นคง ทางการเงินในระยะยาวได้ ฉะนั้นลุกขึ้นจากปัญหาแล้วมองหาทางออกกันดีกว่ารับรองว่าทางออกที่ดีรออยู่ไม่ไกลแน่นอน

ขอขอบคุณ m o n e y.k a p o o k

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

ถ้าเรายังไม่รวย จงอย่าเป็นคนจน “4 ประเภทนี้”

แบบที่ 1 จนเงิน มีเงินไม่พอใช้จ่าย รายได้ไม่พอสำหรับการใช้ชีวิต แบบที่ 2 จนเวลา ไม่มีเวลาใ…