Home ข้อคิดดีๆ ในอีก 3 ปีข้างหน้า คน 5 ประเภทนี้จะลำบาก…และอาจอยู่ยาก

ในอีก 3 ปีข้างหน้า คน 5 ประเภทนี้จะลำบาก…และอาจอยู่ยาก

20 second read
0
0

อาจารย์ Li Kaifu เคยพูดไว้ว่า

“อีก 10 ปี งาน 50% ของมนุษย์จะถูกแทนที่ด้วย AI”

หรือพูดอีกอย่างก็คือ อีก 10 ปี มนุษย์ 50% จะตกงาน

การพัฒนาของสังคมสมัยนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า

ที่เราจินตนาการได้มาก บางทีอาจจะไม่ถึง 10 ปี

ใครที่ไม่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับความสามารถของตัวเองได้

ก็จะถูกแทนที่โดยง่าย ค่อยๆสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

และถูกบังคับให้ล่มสลายไปตามกาลเวลา

ถ้าคุณเผลอไปเหยียบกับระเบิด 5 อันนี้เข้า

อย่าไปเสียเวลากับมัน เพื่อลดความเสี่ยงของตัวคุณเอง

ประเภทที่ 1 : คนที่ไม่เข้าใจการลงทุนในตัวเอง

เวลาโทรกลับบ้าน แม่มักจะเตือนว่า : อย่าใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย

แต่ถ้าฉันประหยัด 1 ปีเก็บเงินได้ 1 แสน 10 ปี เก็บได้ 1 ล้าน นี่คือเก่งหรอ?

ไม่ใช่! เพราะเมื่อคุณใช้เวลา 10 ปี

ถึงจะเก็บเงินได้ 1 ล้าน คนอื่นอาจจะใช้เวลาแค่ปีเดียว

ตอนที่คุณยังเยาว์วัยคุณต้องรู้ว่าจะลงทุนกับตัวเองยังไง

เงินไร้ชีวิต แต่คนมีชีวิต

ถ้าทุกเดือนคุณเอาเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนกับตัวเอง

ไปเรียน ไปออกกำลังกาย ไปคบหาเพื่อน

ไปเที่ยว ทำให้คุณค่าของตัวเองเพิ่มขึ้น

หลายปีผ่านไปคุณจะพบว่า

เงินที่คุณใช้ไป คุณได้คืนกลับมาหลายเท่า

ประเภทที่ 2 : คนที่นอกเหนือจาก 8 ชั่วโมงไม่เรียนรู้

มีเพื่อนคนหนึ่งทำการค้าระหว่างประเทศ

ทำงานปีแรกก็พบว่ามีลูกค้าชาวสเปนเยอะมาก ก็เลยเริ่มเรียนภาษาสเปน

ทุกวันหลังจากทำงานเสร็จจะไปเรียน 2 ชั่วโมง ไม่ว่าจะฝนตกพายุเข้าก็ไม่หยุด

ผ่านไป 3 ปี เนื่องจากความสามารถด้านภาษา

เพื่อนคนนี้มีโอกาสไปร่วมงานนิทรรศการการค้าต่างประเทศ

และได้ลูกค้ารายใหญ่หลายรายกลับมาด้วย ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ปีที่ 7 เขาก็เปิดบริษัทของตัวเอง

ตลอดระยะเวลาแห่งงานเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่เขาไม่เคยหยุดทำก็คือ

ใช้เวลานอกเหนือจาก 8 ชั่วโมงในการเรียนรู้

ยุคสมัยนี้เป็นยุคแห่งการเรียนรู้

ความรู้เติบโตขึ้นในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี

ไม่ว่าใครก็จำเป็นต้องเรียนรู้ไปตลอด

เพิ่มความรู้ใหม่ๆให้ตัวเอง

การปฏิเสธการเรียนรู้ก็จะไร้อนาคต และยากที่จะแตกต่าง

ประเภทที่ 3 : คนมองอะไรสั้นๆ ตัดสินแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทันที

หลังเรียนจบ Li Ting และ Tan Sisi เข้าไปฝึกงานที่บริษัทบัญชีแห่งหนึ่งด้วยกัน

หลังหมดระยะฝึกงาน บริษัทเสนอให้ไปศึกษางานที่สำนักงานใหญ่ในฮ่องกง 2 ปี

แต่ได้เงินเดือนครึ่งเดียว ไม่มีค่าคอมมิชชั่น Li Ting

รู้สึกว่าเงินเดือนน้อยเกินไป แถมไม่คุ้นเคยกับฮ่องกง ก็เลยไม่เอา

ส่วน Tan Sisi กล้าตัดสินใจเลือกไปฮ่องกง

ในมุมมองของเธอ ไปศึกษางานแถมยังได้เงินเดือน เป็นเรื่องที่คุ้มแสนคุ้ม

ผ่านไป 2 ปี Tan Sisi กลับมาที่บริษัทในฐานะหัวหน้าโครงการคนใหม่

รายได้ 1 ล้านบาทต่อปี ส่วน Li Ting

ยังคงทำงานในตำแหน่งเดิม เงินเดือนในตอนนี้ไม่ถึง 1 ใน 3 ของ Tan Sisi

คนที่ไม่แคร์สิ่งที่อยู่ข้างหน้า มองการณ์ไกล ถึงจะเป็นคนเก่งที่แท้จริง

ประเภทที่ 4 : คนที่ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่เป็น

บริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง ให้เงินผู้สมัครงาน 75 บาท ให้พวกเขาไปหาอะไรกินด้วยกัน

6 คนไปถึงร้านอาหารด้วยกัน แต่ข้าวจานหนึ่งอย่างต่ำ 15 บาท

เงินที่พวกเขามีไม่พอจะซื้อข้าวคนละจาน ก็เลยกลับไปบริษัทอย่างหงุดหงิด

พอถึงบริษัท ประธานบริษัทรู้เข้าก็ส่ายหน้า : “ขอโทษด้วย พวกคุณไม่เหมาะกับบริษัทเรา”

ร้านอาหารร้านนั้น มีโปรโมชั่นซื้อ 5 แถม 1

หรือถึงแม้ไม่มีโปร ก็ยังขอจานเปล่ามาหนึ่งใบ

แล้วสั่งข้าว 5 จานมาแบ่งกันกินได้

แต่ผู้สมัครทั้ง 6 คนไม่มีใครคิดว่ามาด้วยกัน เป็นทีมเดียวกัน

ทุกคนต่างคิดถึงแต่ตัวเอง ถึงได้มือเปล่ากลับไป

นักปรัชญา Ai Siqi กล่าวไว้ว่า : “แต่ละคนก็เหมือนอิฐก้อนนึง

โยนลงไปบนถนนก็ง่ายที่จะถูกเตะไปมา

แต่ถ้าคุณเอาอิฐหลายๆก้อนมาก่อเป็นผนัง

ก็ยากที่จะมีใครทำให้เคลื่อนไหวได้”

ประเภทที่ 5 : คนที่ตอบสนองต่อสิ่งใหม่ๆ ช้า

สองปีก่อนนโยบายลูกคนที่ 2 ถูกประกาศออกมา

คนที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วรีบคว้าโอกาสในการทำธุรกิจ

ลงทุนในกิจการที่เกี่ยวกับแม่และลูก จนเจริญรุ่งเรือง

ปี 2011 WeChat ถูกเปิดตัว ปี 2012 หลายๆคนกำลังเรียนรู้ว่าใช้ยังไง

แต่คนที่มีเซนส์ได้ค้นพบประโยชน์ของแพลทฟอร์มนี้

และเปิดแอคเค้าท์สาธารณะของตนเองเป็นที่เรียบร้อย

ตอนนี้แอคเค้าท์ที่ขึ้นต้นด้วย V ก็คือแอคเค้าท์ที่เริ่มในสมัยนั้น

เมื่อก่อนคนพูดกันว่า ปลาเล็กกินปลาใหญ่ ตอนนี้ต้องเปลี่ยนเป็นปลาเร็วกินปลาช้า

สิ่งใหม่ๆที่ปรากฏขึ้น มักมาพร้อมกับโอกาสทางธุรกิจ

แต่เมื่อโอกาสผ่านไป คนที่ช้า ก็จะไม่มีทางได้สัมผัส

ในยุคนี้ พวกเราต้องมีสัญชาตญาณของวิกฤต

ค้นหาและแก้ไข้ข้อบกพร่องของตัวเองอย่างทันท่วงที

เพื่อที่จะพัฒนาต่อไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น

ไม่อย่างนั้น 3 ปีผ่านไป คุณจะพบว่า

คุณถูกคนอื่นๆทิ้งไว้ข้างหลังแล้ว

เหมือนที่ Bill Gates พูดไว้ว่า

change, otherwise it will be changed.

“เปลี่ยนก่อนที่มันจะเปลี่ยนคุณ”

 

ขอขอบคุณที่มา : LIEKR

Load More Related Articles
Load More By SmileJung :)
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

21 สัญญาณที่บ่งบอกว่า “คุณเป็นคนเข้มแข็ง” แม้ในยามลำบาก คุณก็เก่งกว่าใครๆ

1. คุณสร้างสมดุลให้อารมณ์ด้วยเหตุและผล “ผู้ที่มีจิตใจที่เข้มแข็งจะรู้ว่า อารมณ์ส่งผลต่อควา…