Home ข้อคิดดีๆ เศรษฐีหมื่นล้าน จบแค่ ป.4 แต่มีลูกน้องเป็น ดร. ทั้งนั้น

เศรษฐีหมื่นล้าน จบแค่ ป.4 แต่มีลูกน้องเป็น ดร. ทั้งนั้น

6 second read
0
1

พ่อค้า เลือกกำไรชิ้นละ 20บาท แต่ขายได้วันละ 100ชิ้น

นักธุรกิจ  เลือกกำไรชิ้นละ 5บาท แต่ขายได้วันละ 1,000ชิ้น

นักลงทุน  เลือกกำไรชิ้นละ 1บาท แต่ขายได้วันละ 100,000ชิ้น

พ่อค้า  ยอมยืนลวกก๋วยเตี๋ยววันละ8ชั่วโมง เพื่อกำไรวันละ 3,000

นักธุรกิจ ยอมจ้างมืออาชีพมายืนลวกก๋วยเตี๋ยวแทนตัวเอง

แม้จะเหลือกำไรเพียงวันละ 1,000 เพื่อจะได้มีเวลาไปเปิดสาขา 2-3-4

นักลงทุน ยอมเสียเงินมหาศาลให้กับค่าระบบ และบุคลากรมืออาชีพ สร้างแบรนด์ ขายระบบ ขยายตัวไปทั่วโลก

พ่อค้า พาลูกไปสมัครเรียน ต้องปิดร้าน ขาดรายได้

นักธุรกิจ  สั่งงานผ่าน ผู้จัดการ

นักลงทุน  นั่งจิบกาแฟอยู่ริมทะเล เงินก็ยังเข้าบัญชี

ผมเอง ก็ยังไม่สามารถ เป็นนักธุรกิจได้เต็มปาก และยังห่างไกลคำว่า

นักลงทุนอยู่ แต่ผมมีความเชื่อมั่นว่า หากเราพยายาม ทุ่มเท ที่มากพอ เราทำได้ทุกคน

โรเบิร์ต คิโยซากิ เคยกล่าวว่า คนจน ออกไปทำงานเพื่อให้ได้เงิน

คนรวย จ้างคนเก่ง จ้างมืออาชีพ มาหาเงินให้ตัวเองใช้

สิ่งที่เขาบอกคนทั้งโลก จริง ถ้าใครอยู่ในแวดวงธุรกิจจะทราบดีว่า

มหาเศรษฐีหมื่นล้านเมืองไทย จบ ป.4 แต่มีลูกน้องเป็นด็อกเตอร์ทั้งนั้น

มีคนสำเร็จเคยกล่าว การเปลี่ยนจากพ่อค้า ไปเป็นนักลงทุนไม่ยาก

ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร ไม่ต้องเปลี่ยนอาชีพ นอกจาก วิธีคิด

ชีวิตเราจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หากเรายังมีความคิดเดิมๆ

เพราะมันจะทำให้เรา ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ไม่เปลี่ยนที่ความคิด ชีวิตไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้เลย

 

ให้จำไว้ว่า

1. หมั่นเพิ่มพลังใจเพื่อเอาชนะความจริงที่ขวางอยู่ตรงหน้า

หลายคนอยากรวย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำให้ตัวเองร่ำรวยได้ พวกเขา ท้อ แ ท้ และ สิ้ น ห วั ง ขยันทำงานให้พ้นเป็นวันๆดูง่ายกว่า ถ้าคุณอยากจะเป็นนักกีฬาโอลิมปิก คุณจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อฝึกซ้อมหลายชั่วโมงต่อวัน ต้องยอมพลาดงานสังสรรค์ และยังต้องรับผิดชอบชีวิตด้านอื่นๆของตัวเองอีกด้วย ผมก็เช่นกัน

ผมอยากเป็นอิสระโบยบิน อยากไปทำงานที่ไหนในโลกนี้ก็ได้ที่ผมชอบ มีเวลามีชีวิตเป็นของตัวเอง ผมอยากให้ตัวเองทำทุกสิ่งทุกอย่างในวัยหนุ่ม ทั้งหมดคือความต้องการอันแรงกล้าของผม ผมตั้งเป้าหมายไว้ให้สำเร็จตอนอายุ 40 แต่เอาเข้าจริงผมสมหวังตอนอายุ 47 มันไม่ใช่เรื่อง่ายและไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป ถ้าคุณขาดพลัง อะไรๆมันก็ยากไปหมดนั่นเเหละ

2. สิทธิเสรีภาพในการเลือก

ทุกครั้งที่เงินอยู่ในมือของคุณ คุณเองมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะใช้มันทำอะไร คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าอนาคตคุณจะเป็นคนรวย คนชั้นกลาง หรือคนจน นิสัยการใช้เงินสะท้อนให้เห็นตัวตน คนจำนวนมากเลือกที่จะไม่รวยจึงทำให้เขาสูญเสียเวลาในชีวิตและสูญเสียความสามารถในการเรียนรู้ คนส่วนใหญ่ขี้เกียจเรียนรู้เรื่องเงิน

ผมไม่เคยเชื่อเรื่องรวยวิธีลัด การพนัน ลอตเตอรี่ ผมยังคงต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนตลอดเวลา ถ้าคุณอยากจะขับเครื่องบินให้เป็น คุณก็ต้องเรียนรู้ฝึกฝน การลงทุนก็เช่นกัน สมองของคุณคือทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุด มันจึงควรได้รับการลงทุนมากที่สุดเช่นกัน

3.เลือกคบคนด้วยความระมัดระวัง

ผมเองก็มีเพื่อนหลายคนตั้งแต่คนที่ยืนหยัดอยู่บนความยากจนและคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินจนถึงขั้นระดับมหาเศรษฐี ผมได้เรียนรู้จากคนทั้งสองกลุ่ม เพื่อนรวยมักจะชอบพูดถึงเรื่องการลงทุน เศรษฐกิจ การเงิน ซึ่งทำให้ผมได้ความรู้ไปด้วย ส่วนอีกกลุ่มไม่เลย ผมอยากเตือนคุณว่าอย่าสนใจคนที่คิดในแง่ลบจนเกินไป

เพื่อนคนหนึ่งบอกว่าเขาลงทุนได้เงินร้อยละ 6 ต่อปี ในขณะที่ผมได้ร้อยละ 16 วันต่อมาเขาก็ส่งเอกสารหนาปึ๊กว่าการลงทุนของผมมีความเสี่ยงมากขนาดไหน ทุกวันนี้ผมก็ยังคงได้ร้อยละ 16 ส่วนเขาได้ร้อยละ 6 เหมือนเดิม

4. สร้างหลักสูตรและเรียนสูตรใหม่ๆ

เรียนอะไรก็กลายเป็นคนแบบนั้น ข้อมูลความรู้มีผลต่อความคิดและการกระทำของเรา เช่น ถ้าเรียนครูก็ต้องออกมาเป็นครู ถ้าเรียนหมอก็ต้องออกมาเป็นหมอ ต้องเลือกเรียนให้รอบคอบ อย่าเรียนตามที่คนอื่นเรียน อย่าเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้มีความสนใจ สูตรเดียวที่มีสอนในโรงเรียนคือจงทำงานเพื่อเงิน

ทุกวันเราทำงานเพื่อใช้หนี้ ดูตัวเลขในธนาคาร ซื้อกองทุนรวม แล้วก็ทำงานกันต่อไป ถ้าคุณไม่ชอบหลักสูตรนี้ จงเปลี่ยน ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคนี้ ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณรู้อะไร แต่อยู่ที่ว่าคุณเรียนรู้ได้เร็วขนาดไหน การเรียนรู้อะไรให้สำเร็จในระยะสั้นๆจะทำให้คุณทำเงินได้เร็วกว่าคนอื่น

5. ชำระหนี้ให้ตัวเองเป็นอันดับแรก

หากคุณไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ คุณจะไม่มีโอกาสรวย เพราะคุณมีเงินเท่าไหร่คุณจะใช้จ่ายจนหมด เหมือนคนที่ซื้อรถทันทีที่ได้โบนัส มันเป็นข้อที่ยากที่สุดในการควบคุมและลงมือทำ ถ้าคุณเข้าใจ คุณจะไม่สงสัยว่าทำไมคนจำนวนมากทำงานหนักมาทั้งชีวิต แล้วพอเกษียณก็ต้องพึ่งเงินชดเชยจากรัฐบาล

เพราะพวกเขาขาดความกล้าที่จะยืนหยันต่อสู้บนเส้นทางความเชื่อของตัวเอง อย่าพึ่งรีบสร้างหนี้จนเกินไป จำกัดรายจ่ายให้น้อยลง ขยายช่องทรัพย์สินให้เพียงพอ จากนั้นค่อยซื้อบ้าน – ซื้อรถ ถ้าเงินขาดมือ อย่าถอนเงินสดหรือขายหุ้นมาใช้หนี้ จงรับแรงกดดันนั้นแล้วใช้มันผลักดันให้คุณสร้างฐานะให้ตัวเอง

6. เลี้ยงนายหน้าของคุณให้ดี

ผมจ้างทีมงานชั้นดีด้วยเงินค่าจ้างที่สูงลิบลิ่ว และถ้าพวกเขาเก่งจริง พวกเขาจะทำเงินให้ผมได้มากยิ่งกว่าในขณะที่เขาก็ทำเงินให้ตัวเองสูงไปด้วย ในยุคที่ข้อมูลทะลัก นายหน้าของคุณจะเต็มไปด้วยความรู้และกลยุทธิ์ที่จำเป็น บางครั้งเงินที่ผมจ่ายให้พวกเขานั้นถูกมากถ้าเทียบกับความรู้ที่ได้รับ ทักษะอย่างหนึ่งที่สำคัญคือการบริหารคน ผู้บริหารบางคนชอบบริหารคนที่ฉลาดน้อยกว่า พวกเขาจึงไม่ก้าวหน้าเพราะไม่รู้วิธีทำงานกับคนที่ฉลาดกว่า คุณจะต้องรักษาคนเก่งไว้กับคุณให้ได้

7. ประโยชน์จากการได้เปล่า

นักลงทุนมีระดับมักจะถามว่า “ฉันจะได้รับเงินคืนเร็วแค่ไหน” นอกจากนี้เขายังสังเกตุถึงผลตอบแทนที่จะได้รับพ่วงมาด้วย อาทิเช่น ผมเคยซื้อหุ้นตัวหนึ่ง และทันทีที่มันขึ้น ผมก็ขายบางส่วนเพื่อเอาต้นทุนออกมา ส่วนที่เหลือผมก็ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้สนใจอะไรเลย ผมได้เงินคืนพร้อมกับการเป็นเจ้าของหุ้น นี่คือการได้เปล่า จริงอยู่บางครั้งเรื่องเสียเงินก็เกิดขึ้นได้ แต่ผมจำกัดความสูญเสียไว้ในระดับหนึ่ง ทำให้ทุกๆการลงทุน 10 ครั้ง ผมตีโฮมรันได้ 2-3 ครั้ง เสมอตัว 5-6 ครั้ง และขาดทุน 2-3 ครั้ง

8. ทรัพย์สินซื้อความฟุ่มเฟือย

ลูกเพื่อนผมชอบฟุ่มเฟือยตั้งแต่เด็ก เมื่อเขาอายุ 16 ปี เขาอยากมีรถเพราะเห็นพ่อแม่เพื่อนซื้อให้ เขาเลยตัดสินใจให้เงินลูก 3,000 เหรียญ แต่ไม่ได้ให้ซื้อรถ เป้าหมายของเขาคือให้ลูกเรียนรู้วิธีการลงทุน แน่นอน ลูกจะต้องลงทุนอย่างระมัดระวังเพื่อให้เงินก้อนนี้แปลงร่างกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องการได้

เขาเลยเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกของการลงทุน ช่วงแรกเขาโชคดี แต่ช่วงหลังกลับเสียไปถึง 2,000 เหรียญ แน่นอน เงินจำนวนนี้พ่อให้เขาเพื่อจ่ายเป็นค่าเรียนรู้ ทุกวันนี้คนเรามักคิดถึงการกู้ยืมที่ง่ายในระยะสั้นแต่ยากในระยะยาวมากกว่าการทำเงิน จงสอนให้ลูกหลานเรียนรู้เรื่องเงินซะ ถ้าพวกเขาไม่มีไหวพริบทางด้านการเงิน เขาจะต้องทำงานเพื่อเงินไปตลอดชีวิต

9. หาพระเอกในดวงใจ

เมื่อผมอายุ 10 ขวบ เวลาผมจะแข่งกีฬา ผมจะจินตนาการว่าตัวเองเป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในยุคนั้นๆ น่าเสียดายที่เราโตขึ้น จินตนาการตรงนี้กลับหายไป เมื่อผมโตขึ้น ฮีโร่ของผมก็เปลี่ยนไป ผมชอบโดนัลล์ ทรัมป์ , จอร์ส โซรอส , วอนเรน บัฟเฟต , จิม โรเจอร์ และ ปีเตอร์ ลินช์ เมื่อผมต้องการทำอะไรก็ตาม ผมจะจินตนาการว่าผมกำลังคิด ทำ และตัดสินใจในแบบที่คนประสบความสำเร็จเหล่านั้นทำกัน วิธีนี้มอบพลังวิเศษ มันเป็นแรงดลใจเหมือนกับว่าไม่มีอะไรยากเกินไปสำหรับเราเลย

10. อานิสงค์ของการให้

พ่อรวยสอนให้ผมทำประโยชน์เพื่อสังคมและผู้อื่น ส่วนพ่อจนให้ความรู้ เวลา แต่ไม่เคยบริจาคเงินให้ใคร พ่อจนบอกว่าเมื่อเขามีเงินมากพอเขาจะแบ่งให้คนอื่นบ้าง แน่นอน เขาไม่เคยได้ทำ ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ผมอยากให้คุณรู้จักให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ให้แม้คุณจะขัดสน ให้ความรักความเป็นมิตร ให้รอยยิ้ม

จงจำไว้ คนรวยให้ในสิ่งที่คนอื่นต้องการ ถ้าคุณไม่โยนฝืนให้เตาไฟ มันก็ไม่มีทางให้ความอบอุ่นกับคุณ การให้ก่อให้เกิดการได้รับ มันเป็นความจริง จงสอนคนอื่น ทุกครั้งที่ผมสอนเรื่องเงินให้กับคนที่มีความรู้น้อยกว่า ผมได้รับความรู้ใหม่ๆกลับมาเสมอ พ่อนักวิชาการชอบให้ความรู้กับครู เขาเลยได้กลายเป็นครูใหญ่ที่ยิ่งใหญ่ พ่อรวยของผมสอนให้คนอื่นทำธุรกิจ เขาเลยได้กลายเป็นนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ ถ้าคุณให้ คุณจะได้รับพลังนั้นกลับคืนมาหลายเท่า

 

ขอขอบคุณที่มา จาก สาระน่ารู้ , vittarot

 

 

Load More Related Articles
Load More By SmileJung :)
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

เข้าใจไว้นะ เห็นเขาต่ำใส่ ก็อย่าไปต่ำสวน เพราะสุดท้ายเรากับเขาก็ต่ำไม่ต่างกัน

จำไว้นะ… เห็นเขาต่ำใส่ อย่าต่ำสวน เพราะสุดท้ายเราจะต่ำไม่ต่างกัน และอย่าให้ ปัญหาของ…