Home ข้อคิดดีๆ เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ พอมีเงินอยากใช้หมดตลอด จะแก้ยังไงดี

เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ พอมีเงินอยากใช้หมดตลอด จะแก้ยังไงดี

12 second read
0
0

เป็นกันไหม เวลามีเงินติดตัวแล้วอยากใช้ตลอด กล้าควักซื้อของราคาแพง ๆ แบบง่ายดาย

เรื่องนี้มีงาน วิ จั ย ด้าน จิ ต วิ ท ย า อธิบายไว้ว่า เพราะการใช้เงินช่วยเพิ่มความสุขได้

จึงไม่แปลกถ้าเราจะอยากซื้อนู่นซื้อนี่ เมื่อพกเงินจำนวนมากอย่างไรก็ตาม

แม้การใช้เงินจะทำให้มีความสุขในช่วงเวลานั้นก็จริงแต่หากใช้มากจนเกินตัว

อาจนำมาสู่ความทุกข์ภายหลังได้เช่นกัน วันนี้ จึงมีทริกง่าย ๆ เอาไว้แก้ปัญหา

มีเงินติดตัว แล้วอยากใช้ ต้องทำอย่างไรถึงจะออมเงิน เก็บเงินอยู่

1. สร้างเป้าหมายให้ตัวเอง

คนส่วนมากที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จนไม่มีเงินเก็บ เหตุผลหนึ่งก็เพราะไม่รู้ว่าจะเก็บเงินไปทำไม เพราะฉะนั้น ลองหาเป้าหมายที่ชัดเจนของตัวเองดู ว่าเก็บเงินเพื่ออะไร

เป็นจำนวนเท่าไหร่ภายในระยะเวลาแค่ไหน เช่น ภายใน 1 ปี จะเก็บเงินเรียนต่อ หรือเก็บเงินซื้อบ้านในอีก 5 ปี เป็นต้น ทำแบบนี้จะทำให้เห็นภาพชัดขึ้น

และมีแรง ก ร ะ ตุ้ น ในการเก็บเงิน อาจเริ่มด้วยเป้าหมายเล็ก ๆ หรือเงินจำนวนไม่มากก่อนก็ได้ เมื่อทำสำเร็จค่อยขยับเป้าหมายให้ใหญ่ขึ้นต่อไป

2. เก็บก่อนใช้

ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนที่ควบคุม การใช้เงินไม่ค่อยได้ เมื่อเงินเดือนออก ก็อย่าเพิ่งกดเงินมาเข้ากระเป๋าจนหมด เดี๋ยวจะเผลอจ่ายกระจาย แต่ควรกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อเป็นเงินออมทันที

สามารถทำได้ง่าย ๆด้วยการเปิดบัญชีสำหรับออมเงินแยกมาต่างหาก แล้วสมัครบริการโ อ นเงินอัตโนมัติ หักจากบัญชีเงินเดือน ตามจำนวนที่เราอยากจะออมเลย

เช่น เดือนละ 2,000 บาท หรือ 10% ของรายได้โดยควรเลือกบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงหน่อย เช่น บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง หรือฝากประจำ และสำคัญที่สุด

ต้องเป็นบัญชีที่ไม่มีบัตรเดบิต ไม่สมัคร Internet Banking ได้ยิ่งดี จะได้ไม่ต้องเผลอกดเงินออกมาใช้ หรือมือลั่นสั่งสินค้าช้อปปิ้งออนไลน์จนหมดเสียก่อน

เท่านี้ก็จะช่วยให้การออมเงินมีวินัยอย่างสม่ำเสมอแน่นอน

3. เปิดบัญชีร่วม

การเปิดบัญชีร่วมกับคนในครอบครัว ที่ไว้ใจได้ หรือสามี-ภรรยา ก็เป็นอีกแนวทางที่ช่วยได้ดีทีเดียว

เพราะเวลาจะถอนเงินแต่ละครั้ง มักมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก พอสมควรเพราะต้องพากันไปธนาคารทั้งคู่

แล้วเซ็นชื่อยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้ เวลาจะถอนเงินไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจะได้มีคนคอยช่วยเตือนเรื่องการใช้เงินอีกด้วย

4. เหลือเงินไว้น้อย ๆ ในบัญชีที่ใช้ทำธุรกรรมออนไลน์

สมัยนี้คงปฏิเสธ การใช้ Internet Banking ไม่ได้แล้ว เพราะเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย แต่นี่แหละที่ทำให้การใช้จ่ายเงินทำได้ง่ายเหลือเกิน

เผลอไม่ทันไรก็กดซื้อของจนเงินเกลี้ยงบัญชีแล้ว ดังนั้น แนะนำว่าสำหรับบัญชีเงินฝากที่มี Internet Banking ลองให้เงินเหลือติดบัญชีนั้นน้อย ๆ เข้าไว้

หรือกำหนดไปเลยว่าเดือนละไม่เกินเท่าไหร่ เพื่อจะได้จำกัด การใช้เงิน ไม่ให้หมดไปกับของฟุ่มเฟือยแบบไม่รู้ตัว

5. อย่าพกเงินสดเยอะ

คนที่เก็บเงินไม่อยู่ส่วนมากแล้วมักจะควบคุม การใช้เงินในแต่ละวันของตัวเองไม่ได้ เห็นอะไรก็อยากซื้อ อยากได้ไปหมด

เคยสังเกตไหมว่า เวลาเรามีแบงก์พันติดกระเป๋าทีไรมักจะหมดเร็วทุกทีพอมีเงินเยอะแล้วทำให้เรากล้าซื้อ

เพราะฉะนั้น วิธีแก้ง่าย ๆ คือ อย่าพกเงินสดติดกระเป๋าเยอะ แต่เปลี่ยนมาใช้วิธีกำหนดไปเลยว่าจะใช้เงินไม่เกินวันละกี่บาท

ก็พกเท่านั้นพอ ถ้ามีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจริง ๆ ค่อยไปกดเงินเอาทีหลัง เท่านี้ปัญหามือเติบใช้เงินเกินตัว ก็จะค่อย ๆ หมดไป

6. เก็บเงินในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เงินสด

หลายคนเห็นเงินสดเป็นไม่ได้ เป็นต้องหยิบออกมาใช้ทุกที เอาเป็นว่าลองเปลี่ยนไปเก็บเงิน ไว้ในรูปแบบอื่นที่ไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้ง่าย ๆ

เช่น เปิดบัญชีเงินฝากประจำหรือซื้อสลากออมทรัพย์ ก็นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

7. นำเงินไปลงทุน

ลองคิดดูเล่น ๆ ถ้าเปลี่ยนเงินที่เราใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่ละเดือนมาลงทุน แทน เมื่อเวลาผ่านไปเงินจำนวนนั้นจะเติบโตขนาดไหน ยิ่งปัจจุบันการลงทุน ก็มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามความ เ สี่ ย ง ที่รับได้

เช่น กองทุนรวม หุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งแม้ว่าการลงทุน จะมีความเ สี่ ย ง มีโอกาสขาดทุน แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าปล่อยให้หมดไปกับของฟุ่มเฟือยโดยไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย

8. เลี่ยงเข้าเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์

ถ้าอยากเก็บเงินให้ได้จริง ๆ เลี่ยงได้เลี่ยงไปเลยกับเว็บไซต์ ช้อปปิ้งออนไลน์ เพจขายของ

เพจบอก โ ป ร โ ม ชั่ น รวม โ ป ร โ ม ชั่ น ต่าง ๆ จะได้ไม่ต้องเห็นสินค้าล่อตาล่อใจจนเกิดกิเลส ทำเงินหายเกลี้ยงในพริบตาเหมือนที่ผ่านมา

9. เปลี่ยนมาซื้อของที่มีมูลค่าเติบโตในอนาคต

ถ้าคิดว่าตัวเอง ยังติดนิสัยชอบใช้เงิน อยากซื้อของตลอดเวลาอยู่ เอาเป็นว่าแทนที่จะไปซื้อของฟุ่มเฟือย ลองเปลี่ยนมาลงทุน กับสินค้าแบรนด์เนมหรือของสะสมที่มีมูลค่าเติบโตต่อได้ในอนาคตดีกว่าไหม

เช่น กระเป๋า รองเท้า นาฬิกาแบรนด์ดังหรือของสะสมหายาก เป็นต้น  เพราะเมื่อเวลาผ่านไป สินค้าเหล่านี้มักมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้น สามารถนำไปขายต่อได้ นับเป็นการลงทุน

อีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจอย่างไรก็ดี คุณก็ต้องมีความเข้าใจสินค้านั้น ๆ และตลาดให้ดีด้วย เพราะอาจเ สี่ ย งขาดทุนได้ง่าย ๆ เช่นกัน

10. หาคนช่วยเก็บ

เก็บเงินเองยากนัก ลองมาทุกวิธีแล้วก็ยังไม่สำเร็จสักที ก็หาคนใกล้ตัวมาช่วยดูแล ให้หมดเรื่องไปเลย โดยควรเป็นคนในครอบครัว

เช่น พ่อ แม่ พี่น้องที่ไว้ใจได้ หรือคู่สามี-ภรรยาแล้วนำเงินไปฝากไว้กับคนนั้นให้เขาช่วยดูแล เพราะถ้าเก็บไว้กับตัวเองรับรองไม่มีเหลือแน่

เท่านี้เราก็จะค่อย ๆ สามารถควบคุมการใช้เงิน ให้เริ่มมีเงินออมได้แล้ว

ขอขอบคุณ m o n e y. k a p o o k

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

นี่คือคำสอนจากแม่ อยากให้ลูกสาวได้อ่านเตือนใจ

มนุษย์เรา เติบโตมาด้วย คำสั่งสอนของบิดา มารดา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ยังต้องฟังพร่ำส…