Home ข้อคิดดีๆ อ่านกี่ครั้งก็สอนใจได้ พ่อแม่สมัยนี้..ควรสอนให้ลูกรู้จักความลำบาก

อ่านกี่ครั้งก็สอนใจได้ พ่อแม่สมัยนี้..ควรสอนให้ลูกรู้จักความลำบาก

7 second read
0
0

พ่อแม่ทุกคน รักลูกตัวเอง แต่ก็มีพ่อแม่หลายคนที่รักลูกแบบผิดวิธี เพราะกลัวลูกจะลำบากจึงหาให้ทุกอย่าง

แต่สิ่งที่คุณกำลังทำ อาจจะเป็นการ ทำ ร้ า ย ลูกทางอ้อมมีเรื่องเล่าจากครอบครัวหนึ่ง ลูกชายที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น

ได้ขอเงินแม่ไปเที่ยว ข้างนอกกับเพื่อน แม่จึงบอกว่า “ลูกรู้ไหม ว่าสมัยก่อนตอนที่แม่อายุเท่าลูก

ไม่เคยได้ไปเที่ยว แบบลูกหรอกนะ ต้องคอยหางานทำ อะไรที่ได้เงินก็ทำหมด พับถุงกระดาษขาย

ตัดใบตองส่งตลาดให้แม่ค้า เพราะเงินทองเป็นของหายาก กว่าจะหามาได้แต่ละบาท

แม่ไม่ได้มีเงินให้ขอแบบสมัยนี้หรอก” ลูกก็ได้แต่เงียบฟังแม่

แม่ก็เล่าต่ออีกว่า “ลูกต้องรู้จักความลำบากบ้าง ต้องรู้จักประหยัด รู้จักใช้เงิน

ไม่อย่างนั้นจะลำบากขึ้นรถเมล์ก็ยังไม่เป็น แล้วจะเอาตัวรอดยังไง”

เมื่อแม่สอนแกลมบ่นเล็กๆ ก็ยื่นเงินให้ลูกซึ่งนี่คงเป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายคนมักจะทำเวลาที่ลูกขอเงิน

จะคอยเล่าเรื่องราวในอดีต ที่ตัวเองเคยประสบพบเจอมาในช่วงอายุเท่ากัน แล้วค่อยให้เงินลูกไป

เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้และเข้าใจถึงคุณค่า ของเงินให้มากกว่านี้สมัยนี้พ่อแม่กลัว แต่ลูกจะลำบาก

กลัวลูกจะไม่สะดวกสบาย เลยต้องหาทุกอย่าง มาประเคนให้ลูกหมด ลูกไม่ต้องทำอะไรเลย

เพราะพ่อแม่เก็บไว้ให้หมดแล้ว ซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อนมากที่ไม่มีใครหามาให้

อยากได้อะไร ก็ต้องทำงานเก็บเงิน หามาเอง ไม่มีคำว่า “มรดก”

ทุกอย่างต้องใช้หนึ่ง ส ม อ งและสองมือที่มีที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ให้ลูก ทั้งหมด

มักเกิดจากการที่ไม่มีตอนเด็ก จึงอยากให้ลูกมี ไม่ต้องลำบากเหมือนตัวเอง

สะท้อนถึงสิ่งที่ตัวเองอยากจะได้ในตอนเด็กแต่การที่เลี้ยงลูกโดยไม่ให้เจอกับความลำบาก

จะกลายเป็นการสร้างความลำบากให้ลูกตอนโตมากกว่า สร้างนิสัยที่ไม่สู้งาน หนักไม่เอา เบาไม่สู้

เพราะเคยได้อะไรแบบง่ายๆ มาตลอดชีวิต เงิน ก็เปรียบเสมือน “คอเลสเตอรอล”

มีน้อยไปก็ไม่ดี มีมากเกินไปก็ อั น ต ร า ย พ่อแม่ต้องมองถึงอนาคตของลูกให้ดี

เพราะหากให้มากจนเกินไป ก็จะทำให้ลูกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หาเงินเองไม่เป็น

ใครๆ ก็รักลูก แต่ต้องรู้จักวิธีรักลูกให้เป็นด้วย

ตัวอย่างจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่เป็นมหาเศรษฐีลำดับต้นๆ ของโลก ได้สอนลูกหลานของเขา

ว่า “ลูกๆจะต้องเผชิญกับปัญหา และหนทางของพวกเขาเอง ถึงแม้ลูกๆจะรู้ว่ามีพ่อผู้เป็นมหาเศรษฐี

คอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง แต่ก็ต้องลงมือลงแรงทำด้วยตัวเอง” บัฟเฟตต์ได้ให้มรดกแก่ลูกหลาน

แค่พอประมาณ เพราะเขาไม่ต้องการให้ลูกรัก สบายจนเกินไป เขามีความคิดที่ว่า

“ผมจะให้เงินกับลูกๆ ในจำนวนที่มากพอ ที่เขาจะสามารถนำไปทำอะไรต่อได้

แต่ไม่มากพอที่พวกเขาไม่ต้องทำอะไรเลย”นั่นเป็นความคิดของคนที่เป็นถึงเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก

ที่ไม่ต้องทำอะไร ก็ยังกินมีใช้ได้ทั้งชีวิต แต่เขากลับไม่สอนลูกหลานแบบนั้น เพราะเขารู้ดี

ว่าการให้ที่ มากจนเกินไป เป็นเรื่องที่ อั น ต ร า ย และเป็นการ ทำ ร้ า ย ลูกทางอ้อม

โบราณได้มีสุภาษิตที่ว่า “สอนลูกจับปลา…ไม่ใช่จับปลาให้ลูก” เพราะการจับปลาให้ลูก

เขาจะได้กินปลา แค่วันนั้นวันเดียว แต่ถ้าสอนให้ลูกจับปลาเป็น เขาจะหากินได้ไปทั้งชีวิต

สิ่งที่ควรให้ลูกมากกว่าเงิน คือการที่ให้เขามีโอกาสที่จะได้เรียน มีวิชาความรู้ติดตัวมากพอ

ที่เขาจะสามารถใช้ชีวิต และเอาตัวรอดได้ ถ้าหากวันหนึ่งคุณไม่ได้อยู่คอยช่วยเหลือเขา

จากข้างหลัง คุณก็สามารถ ที่จะมั่นใจได้ว่า ลูกๆจะอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง

ขอขอบคุณ b i t c o r e t e c h

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

ทำงานมาครึ่งชีวิต แต่ทำไมยังไม่รวย อ่านแล้วกระจ่างเลย

คนทั่วไปมักคิดว่า หากมีการใช้จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร แค่ขอให้หาเงินได้มากๆ เอาไว้ก่อน หรือ…