Home ข้อคิดดีๆ หนูกัดหิน เรื่องราวดีๆ ในการใช้ชีวิต…ที่ควรอ่าน

หนูกัดหิน เรื่องราวดีๆ ในการใช้ชีวิต…ที่ควรอ่าน

3 second read
0
0

“หนูกัดหิน”

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีอยู่ผู้เขาหนึ่งมีลูกชายเป็นคนไม่รักดี

ชอบแต่ที่จะเที่ยว กิน เล่น เลี้ยงเพื่อนฝูง ไม่เคยนึกที่จะทำมาหากินเลย

บิดามารดาจะว่ากล่าวตักเตือนอย่างไรก็หาได้เชื่อฟังไม่

ในที่สุดเศรษฐีคนนั้นก็ตรอมใจ ต า ย แต่ก่อนที่จะ ต า ยไปนั้น

ได้เอาเงินกับทองใส่ไว้ในตุ่มอย่างละตุ่มฝังไว้

และด้วยคุณงามความดีเขาที่ได้สั่งสมมา

ส่งผลให้เศรษฐีได้ไปเกิดเป็นเทวดา

ส่วนลูกของเศรษฐีเมื่อบิดามารดา ต า ย ไปแล้วก็ยิ่งได้ใจใหญ่

เอาแต่ใช้เงินเลี้ยงเพื่อนเที่ยวเตร่เสเพล

สนุกสนานไปวันๆ ใช้เวลาไม่นานเงินก็หมดลง

เพื่อนฝูงที่เคยห้อมล้อมไปมาหาสู่ ก็หายหน้าไปทีละคน

ต่อมาวันหนึ่งได้มีเพื่อนมาชวนไปกินเลี้ยงกันตามปกติ

โดยได้กำชับกับลูกเศรษฐีตกยากว่าถ้าคิดจะไปกินเลี้ยงจริงๆ

ก็ให้เอาไก่ไปร่วมในการกินเลี้ยงด้วยตัวหนึ่งลูกเศรษฐีอยากไปกินเลี้ยงมาก

ถึงแม้ตนจะไม่มีเงินแล้ว ก็ยังดิ้นรนขวนขวายหาไก่ได้ตัวหนึ่งมาจนได้

แล้วจึงจัดการลวกน้ำร้อนถอนขนออก แล้วห่อใบตองเตรียมตัวที่จะไปร่วมงานกินเลี้ยง

ครั้นออกเดินมาได้สักครู่หนึ่ง เพราะความเหน็ดเหนื่อย

จึงแวะพักใต้ต้นไม้ที่อยู่ข้างทางแล้วเผลอหลับไป

บังเอิญในที่นั้นมีอีกาตัวหนึ่งเกาะอยู่บนต้นไม้

ได้กลิ่นเนื้อไก่โชยออกมาจากใบตอง มันจึงบินลงมาโฉบเอาห่อใบตองไป

เขาจึงต้องไปงานกินเลี้ยงมือเปล่า

พอเดินทางมาถึงบ้านเพื่อนที่นัดกินเลี้ยงกันไว้ก็เล่าให้เพื่อนๆฟัง

แต่กลับไม่มีใครเชื่อในคำพูดของเขาเลย

ต่างคนก็ต่างคิดว่าเขาคงไม่มีปัญญาหาไก่มา จึงแต่งเรื่องขึ้นมาแก้ตัว

แถมเขายังถูกเพื่อนฝูงในงานพูดจาเยาะเย้ยถากถางเอาเสียอีกด้วย

ว่าไม่มีปัญญาหาไก่มา แล้วยังไปโทษอีกาอีก

ลูกเศรษฐีทั้งเจ็บใจและอายตัดสินใจที่จะไม่ไปร่วมวงกินเลี้ยงด้วย

รีบเดินทางกลับมาบ้านเมื่อถึงบ้านแล้วก็ยังน้อยใจไม่หาย

นึกถึงเมื่อสมัยอดีตที่ตนมั่งมี มีเพื่อนฝูงล้อมหน้าล้อมหลัง

แล้วก็บังเกิดความเสียใจกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร่างกายก็ผ่ายผอมลง

ฝ่ายเทวดาพ่อแม่เห็นอาการของลูกดังนั้น

ก็อดที่จะสงสารเสียไม่ได้ จึงมาเข้าฝันลูกว่า…

 

“นั่นแหละลูกเอ๋ย เมื่อพ่อแม่ยังอยู่ก็ได้สอนเจ้าไปแล้วเรื่องการใช้เงินใช้ทอง

เมื่อยามลำบากยากจน ใครเขาจะมานับถือเจ้า 

พูดเรื่องจริงก็เป็นหลอกไปได้ ขอให้เจ้าจงรู้สึกตัว

และให้ปรับปรุงตัวเสียใหม่ พ่อแม่จะช่วยเจ้าเอง”

 

ในความฝันนั้นเองลูกเศรษฐีก็คิดได้ จึงได้ออกปากสัญญากับพ่อแม่ว่า

ต่อไปนี้จะเลิกประพฤติตัวเช่นเดิม

แล้วจะปรับปรุงตัวจะตั้งใจทำมาหากิน ก่อร่างสร้างตัว เลี้ยงตัวให้มีเงินพอ

จะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกตนได้อีกต่อไปเมื่อเทวดา

พ่อแม่ได้ฟังดังนั้นจากลูกก็พอใจเป็นยิ่งนัก

เมื่อลูกสัญญาว่าจะกลับตัวเป็นคนดีจึงได้บอกที่ซ่อน

ของตุ่มเงินและตุ่มทองให้ในฝันนั้นเอง

พอลืมตาตื่นขึ้นมาลูกเศรษฐีก็รีบไปขุดหาตุ่มเงินตุ่มทองตามในฝัน

ก็พบตุ่มเงินตุ่มทองจริงตามความฝัน

จึงได้นำเงินในตุ่มมาทำทุนตั้งอกตั้งใจทำมาหากินอย่างขยันขันแข็ง

ไม่นานก็กลับฟื้นตัวขึ้นมาได้ พอมีฐานะกลับขึ้นมาอีก

เพื่อนที่เคยหนีหายไป ก็เริ่มกลับเข้ามาคบค้าสมาคมเพิ่มขึ้นทุกวัน

ลูกเศรษฐียังคงจดจำวันที่ถูกเพื่อนฝูงเยาะเย้ยได้ไม่ลืมเลือน

อยู่มาวันหนึ่งลูกเศรษฐีได้เห็นโอกาสจึงชวนเพื่อน

มากินเลี้ยงเหมือนเมื่อยังร่ำรวยอย่างแต่ก่อน

เพื่อนฝูงต่างก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตากัน

และในขณะที่กินเลี้ยงกันอยู่อย่างสนุกสนานเฮฮากันอยู่นั้น

ลูกเศรษฐีได้นำมีดเหี้ยนๆที่มีแต่ด้ามเท่านั้น

มาให้เพื่อนดูเล่มหนึ่งพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า…

“แหมๆ มันอัศจรรย์จริงๆ มีดเล่มนี้เพิ่งซื้อมาใหม่แท้ๆ

ทิ้งไว้แค่ข้ามคืนหนูกลับมากัดเสียจนหมดเหลือเท่านี้เอง”

บรรดาเพื่อนฝูงทั้งหลายเมื่อได้ยินดังนั้นก็รับคำเชื่อตามคำพูดนั้น

บางคนก็ประสมโรงว่า…

 

“เป็นจริงเหมือนเพื่อนพูดหนูนี่มันร้ายกาจนัก

มีดของเราก็เคยโดนเหมือนกับเพื่อนเลย เหี้ยนเหมือนอย่างนี้ไม่มีผิด”

 

เพื่อนคนอื่นๆ ก็พูดว่า “ใช่ๆ” กันคนละคำสองคำ

ฝ่ายลูกเศรษฐีเมื่อได้ยินดังนั้น ก็คิดขึ้นมาได้ว่า..

 

“ยามเมื่อเรายากจนจะถูกคนดูถูก

ถ้อยคำที่พูดออกมาก็ไม่มีน้ำหนัก

ต่อให้พูดความจริงก็ยังไม่มีคนเชื่อ

แต่เมื่อถึงยามมั่งมีร่ำรวย

จะพูดอย่างไรจริงหรือเท็จก็มีคนยอมรับเชื่อถือ”

 

ขอขอบคุณที่มา จาก คิดเป็น

 

Load More Related Articles
Load More By SmileJung :)
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

หากเป็นคนที่ใช่แล้ว ไกลแค่ไหน ก็ไม่แคล้วที่จะเจอกัน

เคยมีคนถามไหมว่า “ความรัก” หายไปไหน? เราอาจจะคุ้นหูกับคำตอบที่ว่า “ความรัก” ไม่ได้หายไปไหน…