Home ข้อคิดดีๆ ลื้อมีร่มมั้ย?? แค่คำนี้ ทำให้นิสัยผมเปลี่ยนทันที (ข้อคิดดีมาก)

ลื้อมีร่มมั้ย?? แค่คำนี้ ทำให้นิสัยผมเปลี่ยนทันที (ข้อคิดดีมาก)

0 second read
0
0

“ลื้อมีร่มมั้ย??…แค่คำนี้แหละ ที่ทำให้นิสัยผมเปลี่ยนทันที”

สมัยก่อน..ผมเป็นคนที่จริงจังกับความรักมาก ทุ่มเทกับแฟนสุดๆ แบบไม่กลัวตัวเองเหนื่อย ยอมประหยัดเงินสารพัด ทำงานพิเศษ ได้เงินมาเลี้ยงแฟน อะไรอย่างนั้น ฟังๆดู ก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปนะครับ ด้วยความที่รักแฟนมาก..แน่นอน เราย่อมมีเวลาให้แฟนอย่างที่สุด จนลืมนึกถึง..คนที่รักเราและดูแลเรามาตลอดทั้งชีวิต อย่าง “ป๊าและม้า”

หลายๆ ครั้งท่านทั้งสองก็ห่วงเรา คอยเตือนเรา เพราะกลับบ้านดึกมาก กับข้าวที่ม้าทำไว้ให้บางทีก็ไม่ได้กิน เพราะไปกินกับแฟนแล้ว วันเสาร์อาทิตย์ ก็ไปหาแฟน เก็บเงินไว้ซื้อของให้แฟน หายใจเข้าออกเป็นสาวคนนั้นเลยทีเดียว เวลามีให้แฟนมากกว่าที่มีให้ตัวเองและป๊าม้า หลายๆครั้ง ป๊าม้าคอยเตือน เพราะท่านห่วงเรา กลัวเหนื่อย กลัวพักผ่อนไม่พอ แต่เราก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ มีปากเสียงกับท่าน ทำให้ท่านเสียใจไปก็คงไม่น้อยหล่ะ (รู้สึกผิดจริงๆ)

ทีนี้ แน่นอนว่า ความรักของผม มันไม่ได้ยืนยาวหรอกครับ และแล้วมันก็มาถึงจุดสิ้นสุดของความรัก แต่ก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตด้วยเหมือนกัน ช่วงใกล้ๆเลิกกับแฟน เพราะแฟนคนนี้ มีหนุ่มมาจีบใหม่ ซึ่งแน่นอน ดีกว่าผมทุกอย่าง แฟนเริ่มเปลี่ยนไป หงุดหงิดเราง่ายขึ้น ไม่คุยเหมือนเดิม

ไม่ได้เที่ยวกันเหมือนเดิม แล้วยังไงดีหล่ะ เราก็เสียใจ หงุดหงิดเหมือนกัน อารมณ์แปรปรวน บางครั้งถึงกับ ว้ากที่บ้านไปบ้างก็มีเวลาคนที่บ้าน ป๊าม้า พี่น้องเตือนเรา ก็คนมันหงุดหงิดอ่ะนะ ทำไงได้.. แล้ววันที่ทำให้ผมคิดได้ก็มาถึง

วันนั้นระหว่างที่ผมนั่งรถเมล์กลับบ้าน ฝนตกหนักมาก ก็คิดถึงแฟน (ที่กำลังจะเลิกกัน) ก็เลยโทรหา นี่คือบทสนทนาคร่าวๆ

ผม: อยู่ไหนครับ ทำอะไรอยู่ ฝนตกหนักหรือเปล่าตรงนั้น

แฟน: กำลังกลับบ้าน มีอะไรก็รีบๆพูด

ผม: มีร่มมั้ย

แฟน: ไม่มี

ผม: แล้วทำยังไง เดี๋ยวตากฝน ไม่สบายนะ

แฟน: ไม่เป็นไร จัดการเองได้ โตแล้ว

ผม: แล้วกินอะไรหรือยัง

แฟน: ยัง ยังไม่หิว

ผม: กลับบ้านดีๆนะ ถ้าฝนตกหนัก หาที่หลบก่อน รอฝนซาแล้วค่อยกลับ ดูแลตัวเองด้วย เป็นห่วง

แฟน: (เริ่มหงุดหงิด) อืม รู้แล้ว ไม่มีอะไรใช่มั้ย แค่นี้นะ.. แล้วก็วางหูไป

ผมยังอยู่บนรถเมล์นะครับ หลังจากวางหูไป ผมเสียใจมาก เพราะว่าเราหวังดี ไม่คิดว่าจะทำให้รำคาญ

และแล้ว จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดก็มาแล้ว เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งครับ

ผม: ฮัลโหล

ป๊า: (เรียกชื่อผม) ลื้ออยู่ไหนเนี่ย

ผม: อยู่บนรถเมล์ ป๊ามีอะไร กำลังกลับบ้าน

ป๊า: กินข้าวหรือยัง

ผม: ยังอ่ะ

ป๊า: เออๆ ที่บ้านอาม้าทำกับข้าวไว้แล้ว มี (บอกชื่อกับข้าว)

ผม: อืม

ป๊า: แถวบ้านฝนตกหนักนะ ลื้อเอาร่มไปหรือเปล่าเนี่ย

ผม: ไม่มีอ่ะ ไม่ได้เอามา

ป๊า: อ้าว แล้วเดี๋ยวลงรถ จะทำไง จะตากฝนกลับบ้านเหรอ (จากป้ายรถเมล์ ผมต้องเดินอีกไกลกว่าจะถึงบ้าน)

ผม: อืมๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวลุยกลับบ้านไป แป๊ปเดียว ไม่เป็นไรหรอก

ป๊า: เออๆ เอางี้ ลื้อลงรถแล้วโทรหาป๊า เดี๋ยวป๊าเอาร่มไปรับ

ผม: ไม่เป็นไรป๊า เดี๋ยวเค้ากลับเอง (ผมใช้แทนตัวเองว่า “เค้า” กับป๊าและม้ามาตั้งแต่เด็กๆครับ ^^)

ป๊า: เออๆ ลงรถแล้วโทรมาละกัน แค่นี้แหละ วางหู

สังเกตอะไรมั้ยครับ

บทสนทนาระหว่างผมกับแฟน แทบจะเหมือนกับที่ป๊าพูดกับผมเลย นั่นล่ะครับจุดเปลี่ยน ในขณะที่เราห่วงแฟนรัก และพยายามดูแลทุกอย่าง.. จะโดนด่าให้เจ็บช้ำน้ำใจขนาดไหนก็ทนเหลือเกิน แต่สุดท้ายแล้วเค้าเห็นค่าของเราหรือเปล่าก็ไม่รู้???

แต่มีชายหญิงคู่หนึ่ง รักเรามากกกกกก มากจริงๆ ก็พ่อแม่เรานี่แหละ..รักเรามาก ไม่เคยหวังผลตอบแทน ห่วงเราได้ทุกสถานการณ์ ต่อให้เราเคยหงุดหงิด มีปากเสียงกับท่าน ถามว่าท่านโกรธไม๊ (แน่นอน) ก็คงมีบ้าง แต่สุดท้ายความโกรธนั้นก็หายไป กลายมาเป็นความห่วงใยทุกครั้ง และท่านก็ยังรัก หวังดี แล้วก็ห่วงเราเหมือนเดิม… แต่แปลก!!..ทำไมเราต้องไปสนคนอื่น แคร์คนอื่น ไปเสียใจ เพราะคนอื่นไม่รัก ร้องไห้ฟูมฟายตอนเลิกกับแฟน เราเสียใจให้กับคนที่เรารัก แล้วเค้าไม่รักเรา แล้วรู้มั้ยว่า?? คนที่รักเราที่สุดในโลก พ่อแม่เรา เค้าเสียใจมากขนาดไหนที่เห็นเราเสียใจ เห็นเราเป็นทุกข์ เราเคยคิดอย่างนี้กันบ้างหรือเปล่า?? กับแฟน เราซื้อของให้..มีเวลาให้ ดูแลเทคแคร์สารพัด!!

แต่กับคนที่รักเราที่สุดในโลก เราเคยซื้อของดีๆให้ท่านบ้างมั้ย?? เคยพาท่านไปเที่ยว ไปไหว้ พ ร ะ ไปทานข้าวนอกบ้าน หรือ..เคยดูแลท่านเหมือนที่ทำกับแฟนมั้ย?? มันไม่ใช่เรื่องผิด..ถ้าเราจะดูแลแฟนให้ดี แต่จงอย่าลืมว่า.. ใครคือคนที่เราเห็นหน้ามาตั้งแต่ลืมตาดูโลกครั้งแรก และมอบความรักให้กับเราตั้งแต่วันที่อยู่ในท้องจนกระทั่งวันนี้ นี่ล่ะครับ ความคิดที่ออกมาทั้งหมด

หลังจากแค่ป๊าถามว่า “แล้วลื้อมีร่มมั้ย ?”

ตั้งแต่วันนั้น ผมสัญญากับตัวเองว่าให้ผมดูแลแฟนดีขนาดไหน แต่กับ “ป๊า ม้า” ต้องดีมากกว่าเสมอ ผมพา ป๊า ม้า ไปทานข้าวนอกบ้าน พาท่านไปเที่ยว ไปทำบุญที่วัดบ่อยเท่าที่มีโอกาส.. ผมซื้อของขวัญเล็กๆน้อยๆให้ป๊ากับม้า ทุกครั้งที่มีโอกาส..ไม่ว่าจะเป็นของจากในหรือต่างประเทศ

ถึงแม้บางที จะทำเป็นบ่นว่าซื้อมาทำไม แพงเปลืองตังค์ แต่ แหนะ อย่ามาแอ๊บ เห็นนะว่าแอบยิ้ม แน่นอนครับ วันนี้ผมมีความสุขมาก มากจริงครับ

เพราะว่า ผมได้ตอบแทนความรักที่คนสองคน ที่รักผมมากที่สุด และผมก็รักเค้าทั้งสองคนมากที่สุด ให้มีความสุข ถึงแม้ว่าวันนี้..ผมจะเหลือ “ม้า” แค่คนเดียว แต่ผมว่าถ้า “ป๊า” เห็น ก็คงภูมิใจที่ผมดูแล “คนที่ ป๊ารัก” ได้เป็นอย่างดีครับ.. ขอขอบคุณทุกคน..ที่อดทนอ่านจนจบนะครับ หวังว่าคงช่วยทำให้หลายๆคน หันมารักพ่อแม่มากขึ้นนะครับ

 

ขอขอบคุณที่มา จาก สมุดปกขาว

Load More Related Articles
Load More By SmileJung :)
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

เข้าใจไว้นะ เห็นเขาต่ำใส่ ก็อย่าไปต่ำสวน เพราะสุดท้ายเรากับเขาก็ต่ำไม่ต่างกัน

จำไว้นะ… เห็นเขาต่ำใส่ อย่าต่ำสวน เพราะสุดท้ายเราจะต่ำไม่ต่างกัน และอย่าให้ ปัญหาของ…