Home ข้อคิดดีๆ ลักษณะ 7 ข้อ ของบริษัทที่ไม่ควรทำงานด้วย

ลักษณะ 7 ข้อ ของบริษัทที่ไม่ควรทำงานด้วย

14 second read
0
0

หากคุณ กำลังจะตกงานแล้ว ยังหางานไม่ได้ หรือถ้าคุณทำงานอยู่แล้ว เริ่มรู้สึกเบื่องาน อยากหางานใหม่ คุณควรจะต้องตัดสินใจเลือกบริษัทที่กำลังจะทำงานด้วยให้ดี เพราะว่าการหางานไม่ได้มีเพียงปัจจัยในเรื่องของเงินและหน้าที่การงานเท่านั้น

แต่ยังมีเรื่องที่ต้องคิดเกี่ยวกับตัว “บริษัท” ที่เราจำต้องไปร่วมงานอีกด้วยซึ่งก่อนที่จะยื่นสมัครหรือตอบตกลง ทำงานกับบริษัทใด แม้ว่าเงินเดือนจะมากกว่างานที่คุณทำอยู่หรือตำแหน่งงานน่าสนใจมากก็ตาม ขอพูดถึงมีบริษัท 7 แบบที่คุณไม่ควรไปร่วมงานด้วย หรือหากร่วมงานอยู่

1. บริษัทที่คนลาออกบ่อย

สังเกตอย่างไร : มีการลงประกาศรับสมัครงาน ตำแหน่งสำคัญๆ ตามเว็บไซต์บ่อยๆ หรือบริษัทที่คุณเข้าไปทำงานอาทิตย์แรก มีแต่คนพูดว่าจะลาออก ทั้งพูดเล่นพูดจริง

มัน แ ย่ แค่ไหน : ปกติแล้วบริษัทที่ดีไม่ควรมีการเปิดรับสมัคร ตำแหน่งผู้จัดการหรือผู้บริหารระดับสูงในทุกๆ 6 เดือน

ถ้าคุณเห็นบริษัทใดที่มีพฤติกรรม ดังกล่าวแสดงว่าบริษัทนั้น กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ 3 สาเหตุคือ

– ผู้บริหารไม่มีความเป็นผู้นำที่ดี

– มีวัฒนธรรมองค์กรภายใน ที่ไม่สามารถดึงดูดคนดีๆ ไว้ได้

– หรือเป็นไปได้ว่าผู้บริหารระดับสูงมีเป้าหมายสั้นพอๆ กับระยะเวลาที่พนักงานอยู่ในบริษัท

ทำอย่างไร : บริษัทที่มีแต่คนลาออกมัก ไม่ทำตามข้อตกลงที่เคยบอกคุณไว้ เพราะฉะนั้น หากเขาสัญญาว่าจะโปรโมตคุณในระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้

2. บริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรขัดแย้งกันเอง

สังเกตเห็นได้อย่างไร : มีคนวงในหรือเพื่อนของเพื่อนคุณที่ทำงานในนั้นบ่นให้ฟังถึงบรรยากาศ การทำงานหรือมีคนรีวิวการทำงานตามบอร์ดสาธารณะอยู่เรื่อย ๆ

มัน แ ย่ แค่ไหน : บริษัทแบบนี้อาจจะไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้คุณ ไม่เลือกส่งใบสมัครมาตั้งแต่แรก แต่รับรองได้ว่ามันจะส่งผลกระทบ

ต่อชีวิตการทำงานของคุณในระยะยาวแน่ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพ การทำงานของคุณ ไปจนถึงด้านการเงินของบริษัท

ทำอย่างไร : เลี่ยงได้ก็เลี่ยง พยายามอย่าตกลงปลงใจทำสัญญากับบริษัทแบบนี้เพราะคุณอาจมีปัญหาในระยะยาวแน่

3. บริษัทที่ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง

สังเกตเห็นได้อย่างไร : ภาพบรรยากาศ การทำงานสุดคูลออฟฟิศสุดเลิศ และแคมเปญ โ ฆ ษ ณ า ที่ไม่มีใครเทียบได้

แต่พอเข้าไปทำงานจริงกลับกลายเป็น หนังคนละม้วนมีแค่ออฟฟิศของเจ้านายเท่านั้นที่สามารถเรียกว่าออฟฟิศได้ส่วนตรงอื่น

อย่าเรียกว่าออฟฟิศเลย นอกจากไฟฟ้าที่ไม่สว่างและคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สมัย พ ร ะ เ จ้ า เ ห า แล้วไม่ต้องพูดถึงมุมพักเบรคของพนักงาน ฝันไปซะเถอะ

มัน แ ย่ แค่ไหน : ก็เหมือนคุณเข้าเว็บจองโรงแรม ที่คุณไม่ได้มีโอกาสเห็นจริงๆ ก่อนในรูปดูสวยมาก แต่พอเข้าพักจริงๆ แล้วต่างกันราวฟ้ากับเหว

แต่ที่น่ากังวลกว่าคือโรงแรมคุณอยู่แค่ 2-3 คืน แต่บริษัทแบบนั้น คุณจะต้องอยู่กับมันอย่างน้อย 40 ชั่ วโมงต่อสัปดาห์ไปอีกอย่างน้อยครึ่งปี คิดดูว่าจะ แ ย่ แค่ไหน

ทำอย่างไร : หาอ่ านรีวิวบริษัทให้ดีก่อนตัดสินใจ เข้าทำงานในที่ใดที่หนึ่งแต่ทางที่ดี คุณควรหาคนรู้จัก ที่ทำงานดูในนั้นแล้วถามซะ ของแบบนี้ต้อง D i g D e e p

4. บริษัทเน้นคุยงานไม่เน้นทำงาน

สังเกตเห็นได้อย่างไร : วันๆ ผู้บริหารเอาแต่ประชุมๆ ไม่กระจายงาน ไม่ตัดสินใจอะไรสักอย่าง

มัน แ ย่ แค่ไหน : ลองคิดถึงว่าคุณต้องทำงาน ในบริษัทที่มีผู้บริหารระดับสูง 3 คนนั่งประชุมระดมความคิดกันเองอยู่ในห้องทั้งวัน

แต่พอจบวันพวกเขากลับลงเอย แยกย้ายกันกลับบ้านและคุณก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร หรือ แ ย่ กว่านั้นคือพวกเขากลับมาทวงงานคุณทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ให้คุณทำอะไรทั้งวัน

ทำอย่างไร : ลองถามตัวคุณเองด้วย คำถามเหล่านี้ เช่น มีเฉพาะคนในเท่านั้นใช่มั้ยที่จะได้โปรโม ทหรือบริษัทกำลังหาคนนอกเข้าไปทำงานตำแหน่งใหญ่หรือเปล่า

หรือ เอ๊ะ ทำไมมีผู้บริหารระดับ Vice Pressident เป็น 10 ทั้งๆ ที่ บริษัทมีพนักงงาน ทั้งหมดแค่ 100 คน ถ้าคุณเกิดคำถามขณะดูรายละเอียดบริษัทนั่นแหละ

คือสัญญาณที่บอกว่า บริษัทนั้นเป็นบริษัทที่เน้นคุยงาน ไม่เน้นทำงาน ซึ่งถ้าคุณเลือกได้ก็อย่าเข้าไปทำงานกับบริษัทแบบนี้เลย

5. บริษัทที่เล่นไม่ซื่อกับคุณ

สังเกตเห็นได้อย่างไร : บริษัทที่คุณทำงานอยู่ ไม่มีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนหรือไม่มี การเขียนอะไรเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของคุณที่ชัดเจน

ไปจนถึงเป้าหมายระยะยาวของบริษัทหรือคุณอาจจะเห็นนายคุณเองที่เอาแต่สัญญาว่าจะโ ป ร โ ม ท คุณวันนั้นวันนี้ ระวังไว้ให้ดี​

มัน แ ย่ แค่ไหน : ในโลกปัจจุบันที่ทุกคน ถามหาความโปร่งใสเชื่อถือได้จากทุกองค์กรบริษัทต่างๆจึงพยายามนำเสนอความโปร่งใสโดยการนำเสนอให้เห็นวัฒนธรรมองค์กร

เช่น การเปิดเผยสวัสดิการ หรือโบนัสต่างๆ จนกลายมาเป็นเหมือนคำมั่นสัญญา ที่บริษัทพยายามสร้างมาแข่งกัน ลองคิดดูว่าถ้า HR มาบอกว่าจะ โ ป ร โ ม ท คุณปลายปีนี้

แต่พอปลายปีกลับทำเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือบอสคุณ บอกจะขึ้นเงินเดือนให้ปลายปีแต่พอถึงปลายปีกลับบอกว่าไว้กลางปีหน้า นั่นแหละคือที่มาของบริษัทที่เล่นไม่ซื่อกับคุณ

ทำอย่างไร : วางแผนหางานใหม่และ เตรียมตัวลาออกเลย เพราะมันไม่มีเหตุผลที่คุณจะอยู่ทำงานกับบริษัท ที่เอาแต่สัญญาและเล่นไม่ซื่อกับคุณ อยู่ไปชีวิตคุณคงย่ำอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ

6. บริษัทบอนไซ

สังเกตเห็นได้อย่างไร : คุณรู้สึกว่าคุณไม่ได้เรียนรู้อะไร เพิ่มเติมเลยจากงานที่ทำอยู่ทุกวันไม่มี การประเมินผลการทำงาน หรือคุณอาจจะโดนสั่งให้ทำงานนอกเหนือความรับผิดชอบตลอดเวลา

มัน แ ย่ แค่ไหน : คุณอาจจะคิดว่าเงินเดือนโอเค หน้าที่ที่คุณได้รับมอบหมายก็ไม่ แ ย่ แต่พอคิดๆ ดูอีกที ยิ่งทำงานนี้ไปเรื่อยๆ คุณกลับไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมเลยหนำซ้ำยังรู้สึกภูมิปัญญา ลดน้อยถอยลง จะขอไปเรียนต่อเหรอ

ฝันไปเถอะ บริษัทบอนไซเหมาะมาก กับคนที่ไม่อยากเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกแล้วพอแล้วกับสิ่งที่มีอยู่ ในปัจจุบัน ไม่มีเป้าหมายในอนาคตไม่อยากโตไปมากกว่านี้แต่ เราว่าไม่มีใครอยากทำงานกับบริษัทแบบนี้แน่

ทำอย่างไร : ทำงานที่บริษัทบอนไซหมายถึง สัญญาณที่คุณจะต้องลาออก มาเข้าสู่วัฏจักรหางานสมัครงาน ใน 12 เดือน 18 เดือนแน่นอน เพราะบอนไซ คือ ต้นไม้ที่ถูกตัดและเลี้ยงไว้ไม่ให้โตไปมากกว่านี้ หรือพูดอีกอย่างคือไม่ ต า ย ก็เลี้ยงไม่โต

7. บริษัทที่ไม่มีอนาคต ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร

สังเกตเห็นได้อย่างไร : บริษัทคุณไม่มีแผนอะไรเลย ไม่ว่าระยะสั้น ระยะยาว ระยะไหนๆไม่ว่าคุณจะไปถามใคร ในบริษัทก็ไม่มีใครรู้ แม้กระทั่งหัวหน้าคุณเอง

มัน แ ย่ แค่ไหน : บริษัทที่เปรียบเสมือนไททานิค ที่ล่องไปในมหาสมุทรกว้างใหญ่ ดูแล้วไม่มีอนาคตแบบนี้ ก็เหมือนบริษัทที่พร้อมจะจมลงได้ทุกเมื่อคุณอาจจะไม่รู้สึกอะไรเมื่อเข้าไปเริ่มงานแรกๆ อาจจะมองว่ามันเป็นความท้าทายเป็นความเปลี่ยนแปลง ในบริษัทที่เกิดขึ้น

เหมือนชีวิตต้องหมุนเร็วตลอดเวลาแต่เมื่อทำงานไปแล้ว คุณอาจจะพบว่า ทุกอย่างมันเละ ทุกอย่างถูกคิดและทำแบบวันต่อวัน ไม่มีการวางแผนไว้ก่อน ระวังตัวไว้ บางทีอาจจะมีสัญญาณ เช่น “เดือนนี้ผมขอยังไม่จ่ายเงินเดือนนะ” ตามมาก็เป็นได้

ทำอย่างไร : ไม่ว่าภาพลักษณ์ของบริษัท จะดูดีแค่ไหน ตามที่คุณเห็นในสื่อต่างๆ แต่ถ้าบริษัทไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ทำไปทำไม แสดงว่าบริษัทคุณไม่มีแผนกลยุทธ์สิ่งที่คุณทำได้คือ ช่วยบริษัทคุณวางแผนหรือลาออกไปทำงานที่อื่นซะดีกว่า

ขอขอบคุณ w o r k v e n t u r e

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

นี่คือคำสอนจากแม่ อยากให้ลูกสาวได้อ่านเตือนใจ

มนุษย์เรา เติบโตมาด้วย คำสั่งสอนของบิดา มารดา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ยังต้องฟังพร่ำส…