Home ข้อคิดดีๆ ลักษณะ 20 ข้อหัวหน้าเก่ง ที่ลูกน้องอยากทำงานด้วย ลูกน้องรัก

ลักษณะ 20 ข้อหัวหน้าเก่ง ที่ลูกน้องอยากทำงานด้วย ลูกน้องรัก

6 second read
0
5

เพราะการทำงานคืออีกสังคม ที่เราจะต้องอยู่ไปอย่างน้อยก็ตลอดชีวิต ดังนั้นการปฏิบัติตัวให้คนในที่ทำงานเข้าใจ และทำงานด้วยกันอย่างสงบสุขนั้นจึงเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ควรจะมีสกิลพื้นฐานเหล่านี้ติดตัวไว้ ยิ่งในวันที่เราเติบโตไปเป็นหัวหน้าคนการปฏิบัติตัวก็จะยิ่งต้องทำตัวให้น่ารักขึ้น

เพื่อนที่การทำงานจะได้ราบรื่น ลูกน้องรักวิธีการปฏิบัติเป็นหัวหน้าที่ดี แต่ละคนก็มีเทคนิคที่ต่างกันแต่วันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีการปฏิบัติตัวเป็นหัวหน้าที่ดีในแบบที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไรดี

1.ลงมือทำให้เห็น

การลงมือทำให้ทุกคนเห็นนั้น เป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด กว่าการไปบอกใครว่า นี่ๆ ทำแบบนี้สิแล้วจะดี

แต่ความเป็นจริงแล้วคนที่เป็นหัวหน้านี่แหละทำตามให้เห็นไปเลยถ้าอยากจะให้ลูกน้องทำอะไรง่ายกว่า

2.ใจดีแต่ไม่ตามใจ

ทุกคนล้วนชอบคนที่ใจดีทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานในระดับไหนแต่ความใจดีนั้นไม่ได้หมายถึงการยอมตามใจลูกน้องไปซะทุกอย่าง น้องบอกทำแบบนี้ได้ไหมเราบอกได้เลยๆ อย่างเดียว

เพียงเพราะกลัวว่าน้องจะเสียใจซึ่งจริงๆ แล้วบางอย่างอาจจะไม่ดีต่องานเท่าไหน การทำแบบนี้ลูกน้องอาจจะรักแต่ เจ้านายจะมองว่าเราเป็นหัวหน้าที่ไม่สามารถบอกน้องๆ ได้ว่าอันไหนควรทำ อันไหนไม่ควร

3.มีเหตุมีผล

หัวหน้าที่ไม่มีใครชอบเลยคือ หัวหน้าที่ยึดความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ ใครพูดอะไรหรือเสนอไอเดีย อะไรมา ถ้าหัวหน้ารู้สึกว่าไม่คุ้นเคย ไม่เข้าใจจะค้านทันทีทั้งที่ยังไม่เคยได้ศึกษาหรือฟังคำอธิบาย

เพราะยึดชุดความคิดของตัวเองเป็นหลักหัวหน้าแบบนี้ จะทำให้ลูกน้องไม่ยอมเข้าหา ไม่กล้าคุยด้วยและไม่กล้าเสนอไอเดียอะไรใหม่ๆ เลย ท้ายที่สุดแล้วงานก็ออกมา แ ย่

4.เป็นกลางกับทุกคน

ความเป็นกลางในที่ทำงานนั้นหมายถึง การให้ความสนใจ กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกับไม่ลำเอียงไปทางคนใดคนหนึ่ง หรือในทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจอะไรก็ตาม

ควรเอาความเป็นกลางเป็นที่ตั้งอย่าเอาความสนิทเป็นที่ตั้งเพราะถ้าคนเป็นหัวหน้า เอียงไปทางคนใดคนหนึ่งปัญหาจะตามมา แต่ถ้าเราเป็นกลางในทุกเรื่องปัญหานี้จะไม่เกิด

5.ควบคุมอารมณ์เป็น

การคุมอารมณ์คือคุณสมบัติพื้นฐานของหัวหน้าที่ดี เพราะไม่มีลูกน้องคนไหน ที่อยากจะเจอหัวหน้าที่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คนที่ทำงานด้วยจะกดดันมากๆ และแทบจะไม่อยากเจอหน้าเลยล่ะ

หรือหากคุณเป็นหัวหน้าแล้วลูกน้องทำผิดจริงๆ อย่าใส่อารมณ์กับลูกน้อง แต่คุยด้วยเหตุผลว่า เราอยากจะได้อะไร ไม่ใช่มาถึงใส่เต็มที่เลย ลูกน้องหนีแน่นอน เข้าใจไหม ปั๊ดโธ่!

6.ไม่ตำหนิใครต่อหน้าคนอื่น

เวลาที่เราจะตำหนิใครจริงๆ สิ่งที่หัวหน้าที่มีสติควรทำคือตำหนิกันแค่สองคน ในที่ที่ไม่ใครรับรู้เพราะการตำหนิใครต่อหน้าที่ประชุม

หรือคนเยอะนั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผิดแต่มันทำให้เขารู้สึกอายมากกว่า และจะไม่เคารพคุณด้วยเพราะทำแบบนี้เหมือนไม่เคารพกัน

7.ชมต่อหน้าทุกคน

หากลูกน้องของคุณทำดี สิ่งที่หัวหน้าควรทำคืนชื่นชมต่อหน้าคนอื่นเพื่อให้เขารู้สึกได้ภูมิใจในงานที่ทำ

ยิ่งได้รับคำชมจากหัวหน้ากำลังใจก็มาเต็มเพราะเขารู้ว่าสิ่งที่ทำไปอย่างตั้งใจไม่เสียเปล่า หัวหน้ารับรู้ และทุกคนก็รับรู้

8.ปกป้องลูกน้อง

หน้าที่ของหัวหน้าที่ถูกต้อง คือต้องพร้อมที่จะกางปีกปกป้องน้องๆ ทุกคนแม้ในวันที่เขาทำผิด ก็ต้องรู้ว่าควรจะทำอย่างไร

ให้ลูกน้องไม่รู้สึกว่าตัวเองโดนถีบตกน้ำคนเดียวแต่เราควรจะไปปกป้องลูกน้อง ส่วนผิดถูกอย่างไรเดี๋ยวไปแก้ไขกันที่หลัง

9.หัวหน้าก็ผิดได้

คนเป็นหัวหน้าต้องไม่ผิดพลาด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสพลาด เมื่อพลาดแล้วหัวหน้าก็ต้องแสดงให้น้องๆ ได้เห็น

ว่าหัวหน้ามีการจัดการความผิดนั้นอย่างไร ซึ่งน้องๆ จะจดจำสิ่งที่เราทำแล้วจำไว้เป็นแบบอย่าง

10.คิดก่อนจะพูด

ก่อนจะพูดหรือแนะนำอะไรก็ตาม หัวหน้าที่ดีจะคิดก่อนแล้วค่อยเสนอความคิดเห็นหรือคำแนะนำออกไป

ที่หัวหน้าควรคิดก่อนพูดก็เพราะสถานภาพเราคือผู้นำทีม การที่เรานำทีมไปโดยไม่คิดผลลัพธ์ก็ออกมาไม่ดีแน่นอน

11.ไม่เอาลูกน้องไปนินทา

การเอาเรื่องของลูกน้องไปเล่าในเชิงนินทานั้นไม่ใช่สิ่งที่หัวหน้าควรจะทำเพราะจะทำให้ความรู้สึกเคารพในตัวหัวหน้าลดลงทันที

หากวันหนึ่ง ลูกน้องทราบเรื่องอย่าหูเบา และปากไวคิดว่าการนินทาเป็นเรื่องสนุก

12.ไม่เอาเปรียบ

ลูกน้องทำงานหนักแค่ไหน หัวหน้าก็ควรที่จะทำงานหนักไปด้วยกัน อย่าปล่อยให้ลูกน้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ

ขณะที่ตัวเองสนุกสนานกับการทำในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับงานเพราะคิดว่าลูกน้องมีไว้ให้สั่งงาน

13.ให้คำปรึกษาได้

การให้คำปรึกษาแก่ลูกน้องเป็นสิ่งหนึ่งที่หัวหน้า ต้องมีศิลปะเรื่องนี้ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว

ถ้าน้องถามอย่างตั้งใจ ก็ควรให้คำปรึกษาที่ถูกต้องอย่าให้คำปรึกษาแบบขอไปทีเหมือนกับว่าธุระไม่ใช่

เพราะหากทำแบบนี้บ่อยๆ อนาคตน้องๆ จะไม่เปิดอกคุยกับคุณเลยแม้จะเป็นเรื่องงานก็ตาม

14.อย่าเอาหน้า

ในวันที่งานประสบความสำเร็จ หัวหน้าต้องยืนอยู่แถวหลัง แล้วให้ลูกน้องที่เป็นเจ้าของงานนั้นได้รับความดีความชอบไปอย่าดึงซีนเด่นกว่าคนทำงาน

เพราะคนที่เหนื่อยกับการทำงาน ควรได้รับผลตอบแทนมากกว่าหัวหน้าตรงกันข้าม หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น หัวหน้าที่ดีต้องออกหน้ารับแทนลูกน้อง

15.พร้อมให้ความช่วยเหลือ

อย่าคิดว่าให้งาน ลูกน้องรับผิดชอบไปแล้ว หัวหน้าจะลอยตัว นั่งรอน้องเอางานมาส่งเฉยๆแต่หัวหน้าควรจะพร้อมให้ความช่วยเหลือน้องๆ

หากมีปัญหาไม่ควรปล่อยให้ลูกน้องลุยงานอย่างโดดเเดี่ยว เมื่อติดปัญหาหาทางออกไม่ได้งานก็อาจจะเสีย

16.ให้โอกาส

การให้โอกาสคนเป็นสิ่งที่หัวหน้าควรจะทำ และควรจะรู้ว่าใครเหมาะที่จะได้รับโอกาสนั้นซึ่งการให้โอกาสนั้นเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนอยากได้จากหัวหน้า

ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเล็กหรือโอกาสใหญ่ก็ตาม เพราะมันแสดงให้เห็นว่า หัวหน้ามองเห็นศักยภาพของตัวเขา

17.เคารพเวลาส่วนตัว

นอกเวลางาน ไม่ใช่เวลาที่หัวหน้าจะคุยงานกับลูกน้อง หากเป็นงานด่วนจริงๆหัวหน้าควรจะรับเรื่องเอาไว้ก่อน

แล้วค่อยไปจัดการกันในเวลาควรเข้าใจว่าวันหยุดหรือช่วงเวลาพักผ่อนของทุกคนมีค่าอย่าคิดว่า…มันเป็นเรื่องงาน ลูกน้องคุยได้เขาต้องพร้อมจะแก้ไขให้เราสิ

18.ตั้งใจฟัง

หัวหน้ามีหน้าที่ในการรับฟังความคิดเห็นของน้องทุกคน เพราะถ้าเขาไม่ปรึกษาหัวหน้าก็ไม่รู้แล้วว่าจะไปปรึกษาใครต่อ

และไม่ใช่แค่รับฟังอย่างเดียวเท่านั้นแต่ต้องฟังอย่างตั้งใจเพื่อให้รู้ถึงสิ่งที่น้องต้องการด้วย เพื่อจะได้ช่วยน้องได้ถูกต้อง

19.รับปากต้องทำให้ได้

เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารับปากไปแล้วสิ่งที่หัวหน้า ต้องทำคือจดจำให้ได้ว่าเคยสัญญาอะไรกับลูกน้องไว้แล้วต้องทำให้ได้

อย่าพูดไป ส่งๆ ว่าเดี๋ยวจัดการให้นะ เดี๋ยวทำให้ เดี๋ยวตามให้แล้วก็ปล่อยให้น้องๆ รอความหวัง สุดท้ายพอน้องทวงถามก็บอกว่าลืม ซึ่งไมใช่เรื่องดีเลย

20.เป็นหัวหน้าแค่ในเวลางาน

ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม พอเลิกงานแล้ว ถอดหัวโขนที่เป็นหัวหน้าทิ้งซะ ลูกน้องที่เห็นก็ไม่ใช่ลูกน้อง แต่เป็นพี่เป็นน้องกัน

ขอขอบคุณ m a n g o z e r o

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

ถ้าเรายังไม่รวย จงอย่าเป็นคนจน “4 ประเภทนี้”

แบบที่ 1 จนเงิน มีเงินไม่พอใช้จ่าย รายได้ไม่พอสำหรับการใช้ชีวิต แบบที่ 2 จนเวลา ไม่มีเวลาใ…