Home ข้อคิดดีๆ ทำไมขายดีแล้ว..ยังเจ๊ง ให้ลองคิดตาม

ทำไมขายดีแล้ว..ยังเจ๊ง ให้ลองคิดตาม

9 second read
0
0

ค้าขายดีมาก ทำขายแทบไม่ทัน แต่ละวัน แต่ทำไมถึงเจ๊งได้ บางคนอาจจะไม่เชื่อค้าขายดีก็ต้องรวย ขยายกิจการได้สิ จะเจ๊งได้ยังไง แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ แม้แต่ตัวเจ้าของธุรกิจเองก็ยังงง

ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะเกิดกับธุรกิจเล็กในบ้านเราที่มีเจ้าของคนเดียว เป็นคนเริ่มต้น อย่างเช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านขายส้มตำ หรือธุรกิจเล็กๆแล้วทำไมธุรกิจเล็กๆ เหล่านี้ที่ขายดี แต่กลับต้องปิดตัวลง นั่นเป็นเพราะว่าขายดีแต่กลับไม่เห็นกำไร แล้วสาเหตุมันมาจากไหน

ผมจะยกตัวอย่างเพื่อนผมให้ฟังตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขามีธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง มีลูกค้าตลอด ยอดขายแต่ละวันก็ดีมาก แต่ก็ยังต้องไปกู้หนี้ มาใช้ต่ออายุธุรกิจเขาจึงได้มาปรึกษาผมว่าทำไมขายดีขนาดนี้ แต่กลับจะเจ๊งเหมือนมองไม่เห็นกำไรเลย

ผมจึงถามเขาว่า “เจ้าของธุรกิจ ได้เงินเดือนเดือนละเท่าไหร่?…” เขาตอบกลับมาว่า“เป็นเจ้าของ ทำไมต้องมีเงินดือน ขายได้เท่าไหร่ก็เป็นของเขาหมดอยู่แล้ว”ผมบอกทำไแบบนั้นไม่ได้ มันผิด!! แล้วผมก็ถามเขาต่อว่า “เจ้าของกิจการใช้เงินเดือนละเท่าไหร่?…”

เขาคิดอยู่นานก่อนจะตอบ และพูดว่า ”ไม่รู้หรอกว่าเดือนเท่าไหร่เพราะไม่เคยนับ เวลาจะใช้อะไรก็หยิบเอาจากเก๊ะเก็บเงินไปจ่าย”ผมจึงถามคำถามสุดท้าย “แล้วเงินที่หยิบออกไป เอาไปใช้จ่ายค่าอะไรบ้าง”

คราวนี้เขาอธิบายมาซะยืดยาว “ก็ซื้อทุกอย่างที่ต้องซื้อ จ่ายทุกอย่างที่ต้องจ่ายซื้อของเข้าร้าน จ่ายเงินลูกจ้าง ให้ลูกไปโรงเรียนค่ากับข้าวในบ้าน ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำไฟ จิปาถะอ่ะแหละ”

ผมฟังแบบนี้ก็ได้ตอบ ผมจึงบอกเขาไปว่า “นั่นแหละคือสาเหตุว่าทำไมธุรกิจ นายที่ขายดีทุกวัน แต่ทำไมถึงจะเจ๊ง” ธุรกิจส่วนใหญ่ที่สร้างมาเองกับมือ แบบเพื่อนผม มักจะไปไม่รอดเพราะเป็นเพื่อนผมนี่แหละ

เพราะเจ้าของไม่เคยมีเงินเดือนให้ตัวเอง อยากใช้เท่าไหร่ก็ใช้ มีเท่าหร่ก็จ่ายออกหมดเพราะคิดว่าเงินตัวเอง จะใช้เท่าไหร่ก็ได้ และก็ไม่เคยจดบันทึกรายการว่าใช้ไปกับอะไรบ้าง จึงเป็นสาเหตุใหญ่ๆ 3 เรื่อง ดังนี้

1. ไม่ตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง ไม่แยกเงินธุรกิจออกจาเงินส่วนตัว

ถึงแม้จะเป็นเจ้าของธุรกิจเอง แต่การตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันเราจะได้รู้ว่าเรามีรายได้เท่าไหร่ในแต่ละเดือน และใช้ได้เท่าไหร่เพื่อที่จะไม่เกินจากนี้ เพราะถ้าธุรกิจมีรายจ่ายที่ไม่จำกัดไม่แน่นอนในแต่ละเดือนจะทำให้เราคุมบัญชีได้ยาก

ดังนั้น เจ้าของธุรกิจจึงควรตั้งเงินเดือนให้ตัวเองและใช้จ่ายจากเงินเดือน ไม่ใช่จากรายได้ของธุรกิจทั้งหมด ถ้าเงินเดือนที่ได้ไม่พอใช้ก็ต้องไปยืมจากบัญชีส่วนอื่น และต้องทำการจดบันทึกไว้ และคืนเงินจำนวนนั้นใส่คืนด้วยอย่างเคร่งครัด

2. ไม่ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

บางคนอาจจะไม่ชอบ การทำบัญชีบันทึกรายรับ-รายจ่ายของตัวเองแต่ละวันซึ่งเป็นบัญชีส่วนตัว แต่การทำธุรกิจต้องมีบัญชีรายรับ-รายจ่ายและจำเป็น ต้องทำให้เป็นนิสัย เพราะเราจะได้รู้ว่าในแต่ละเดือนลงทุนไปเท่าไหร่ใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง และได้กำไรมาเท่าไหร่

คุ้มค่าที่จะทำต่อไปหรือไม่ อย่าเห็นว่าธุรกิจไปได้ดี มียอดขายเยอะ อยากจะใช้จ่าย หยิบออกไปตอนไหนก็ได้ทำแบบนั้น จะส่งผลกระทบกับธุรกิจในระยะยาว ทำให้มีกำไรแบบไม่รู้ตัว และเจ็งแบบไม่รู้ตัวได้เช่นกัน

3. ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์

การหยิบเงินไปใช้จ่ายกับทุกอย่าง เป็นสิ่งที่ผิด อย่างเช่น จ่ายค่าบ้าน ผ่อนรถ สังสรรค์หรือซ์้อของเข้าบ้าน ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ควรจะเป็นเงินส่วนตัว ไม่ใช่เงินจากการทำธุรกิจถึงจำเป็นต้องตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง เพื่อที่จะรู้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวในแต่ละเดือนส่วนเงินธุรกิจ

ควรจะใช้จ่ายไปกับการซื้อของ สำหรับเข้าร้าน วัตถุดิบค่าจ้างพนักงาน หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเท่านั้นหากเราไม่แยกบัญชีส่วนตัว กับบัญชีธุรกิจออกจากกันอย่างสิ้นเชิง เราจะไม่รู้เลยว่าต้นทุนเท่าไหร่ ค่าดำเนินการเท่าไหร่และกำไรขาดทุนเท่าไหร่ จะทำให้ทุนหด กำไรก็หายในที่สุด

ขอขอบคุณ b i t c o r e t e c h

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

ทำงานมาครึ่งชีวิต แต่ทำไมยังไม่รวย อ่านแล้วกระจ่างเลย

คนทั่วไปมักคิดว่า หากมีการใช้จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร แค่ขอให้หาเงินได้มากๆ เอาไว้ก่อน หรือ…