Home ข้อคิดดีๆ ชีวิตที่มีความพอดี แค่นี้ก็มีความสุขที่สุดแล้ว

ชีวิตที่มีความพอดี แค่นี้ก็มีความสุขที่สุดแล้ว

0 second read
0
1

สำหรับใครที่ได้ติดตามอาหนิง คงพอทราบมาบ้างแล้ว ชีวิตของนักแสดงรุ่นใหญ่ท่านนี้เลือกหันหลังให้กรุงเทพฯ แล้วย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ จ.จันทบุรี เวลาต้องทำงานในวงการบันเทิงก็เลือกขับรถไปกลับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงเป็นอยู่จนมาถึงปัจจุบัน ความเสมอต้นเสมอปลายเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ที่จ.จันทบุรี เท่านั้น

แต่ยังรวมถึงมุมมองชีวิต ทัศนคติต่อเรื่องรอบตัว รวมถึงการทำงานด้วย ซึ่ง ณ ครั้งหนึ่งนิตยสารแพรวมีโอกาสสัมภาษณ์อาหนิง และได้ข้อคิดหลายอย่างมากที่เป็นประโยชน์ วันนี้จึงได้ลิสต์เป็นข้อๆ มาให้ได้รู้กัน บอกเลยว่า แต่ละข้อนั้นนอกจากจะทำให้ปลาบปลื้มกับอาหนิงมากขึ้นแล้ว ยังสะท้อนกลับมาให้เราได้คิดตามถึงการใช้ชีวิตมากขึ้นอีกด้วย

1. เมื่อใดที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีความรับผิดชอบ

สามารถแยกแยะระหว่างดีหรือไม่ดี ควรหรือไม่ควรได้แล้ว ราควรระมัดระวังในการดำเนินชีวิตอยู่ตลอดเวลา ด้วยการไม่ ทำ ร้ า ย สังคมและไม่ทำให้ผู้อื่น เ ดื อ ด ร้ อ น และตราบใดที่นำการดำเนินชีวิตกับการทำงานมาใช้ด้วยกันได้…“ทุกอย่างก็มีความสุข”

2. จุดเริ่มต้นของความสุขอยู่ที่การค้นหาตัวเองให้พบ

ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนใกล้ ต า ย ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เพราะติดอยู่กับความหลง หรือติดอยู่กับกระแสอะไรก็ตาม ผมก็เช่นกัน เคยถูกชักจูงจากสังคม จากเพื่อนให้ไปทำงานหลายๆ อย่าง แต่ไม่ว่าทำงานอะไรก็ตาม ต้องทำด้วยความชอบ จึงจะประสบความสำเร็จ และต้องรับผิดชอบต่องานให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

3. ในขณะเดียวกันก็ไม่มีงานไหนราบรื่น

อาหนิงเล่าว่า ไม่มีหรอกที่ตัวเราจะ ไ ม่ เ ค รี ย ด หรือไม่มีความทุกข์ หรือไม่หงุดหงิด อยู่ที่ว่าแก้ไขให้ดีขึ้นได้ไหม ถึงจะไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่าเลวลงก็เท่านั้นเอง นั่นคือการดำรงชีวิตอยู่

4. เมื่อผมเข้าสู่วงการภาพยนตร์ ได้ไปถ่ายหนังตามสถานที่ต่างๆ

จึงค้นพบว่า จริงๆ แล้วตัวเองชอบทำงานอิสระและไม่จำเจ ไม่มีเวลาทำงาน ต า ย ตัว และไม่เครียด ทุกคนในกองถ่ายเป็นเพื่อนกันหมด ตั้งแต่นั้น…ผมก็ติดอยู่กับงานแสดงมาตลอด ซึ่งไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตาม เราต้องทำตัวให้อยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ไม่ใช่อยู่ได้ด้วยการเอาตัวรอด เพราะการเอาตัวรอดไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้องกับทุกอย่าง

5. การจัดระเบียบวินัยให้กับชีวิต ไม่ใช่รับผิดชอบในการทำงานดี แต่ไม่ดูแลตัวเอง

ในเมื่อพ่อแม่ให้ร่างกายมาครบ 32 ประการ ก็เป็นหน้าที่ที่เราต้องมีวินัยในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องสวยหล่อ หรือต้องใส่แบรนด์เนม เพียงแค่ดูแลร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ ต่อให้ใส่อะไรก็ดูดีทั้งนั้น คนที่ทำงานหนักต้องพักผ่อนบ้าง ไม่ใช่ทำงานจนสลบคาโต๊ะ คาเก้าอี้ หรือรอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยไปหาหมอ ขณะที่รถป้ายแดงกลับหมั่นเช็ดถูจนสีถลอก ทำไมจึงห่วงรถมากกว่าตัวเอง เหมือนกับชีวิตได้มาฟรีก็เลยไม่ดูแล ขอให้คิดสักนิดว่าชีวิตคนยืนยาวกว่าของใช้เยอะ

6. ณ วันนี้ผมมาถึงจุดที่ตัวเองเพียงพอแล้ว

ได้ทำงานที่ชอบและได้มีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองรัก เสร็จงานกลับบ้านสวนที่จันทบุรี อยู่กับความเรียบง่ายของธรรมชาติ อยู่กับการปลดปล่อย ไม่บังคับตัวเองว่าจะต้องกินอาหารเมื่อไร นอนหรือตื่นเมื่อไร ผมกินอาหารวันละมื้อมา 8 ปี จะกินก็ต่อเมื่อหิวและกินแค่พออิ่ม ไม่ดื่ม แ อ ล ก อ ฮ อ ล์  การพักผ่อนที่ดีที่สุด คือ นอนหลับและจะตื่นเมื่อร่างกายต้องการ ไม่ได้บังคับว่าต้องตื่นเพื่ออะไร เพราะอะไรก็ไม่หนีเราไปไหน ต้นไม้ยังรอ บ้านก็ยังรอเราอยู่ ผมใช้ชีวิตอย่างนี้มา 30 ปีไม่เคยรู้จักความเหงา พอคนงานกลับไปหมด บ้านจะเงียบ ไม่มีคนอยู่ในสายตา ผมปิดไฟ มองเห็นดาวเต็มท้องฟ้า นอนฟังเสียงจักจั่น แค่นี้สำหรับผมก็พอแล้ว

 

ขอขอบคุณที่มา จาก คิดเป็น

Load More Related Articles
Load More By SmileJung :)
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

เข้าใจไว้นะ เห็นเขาต่ำใส่ ก็อย่าไปต่ำสวน เพราะสุดท้ายเรากับเขาก็ต่ำไม่ต่างกัน

จำไว้นะ… เห็นเขาต่ำใส่ อย่าต่ำสวน เพราะสุดท้ายเราจะต่ำไม่ต่างกัน และอย่าให้ ปัญหาของ…