Home ข้อคิดดีๆ ชายหนุ่ม “เรียนจบปริญญา” แต่งงานกับ “สาวแผงลอย” เวลาผ่านไปเขาได้รับหนังสือหย่า

ชายหนุ่ม “เรียนจบปริญญา” แต่งงานกับ “สาวแผงลอย” เวลาผ่านไปเขาได้รับหนังสือหย่า

2 second read
0
5

ชายหนุ่มเรียนจบปริญญา แต่งงานกับ สาวแผงลอย เวลาผ่านไปเขาได้รับหนังสือหย่า

เรื่องราวของความรัก เป็นเรื่องราวของคนสองคนที่ใช้ชีวิตร่วมกัน มีสุขบ้างทุกข์บ้างปะปนกันไป

นอกจากความรักที่มีให้กันแล้ว ความเข้าใจและความใส่ใจก็ต้องมีตามกันมาด้วย

และที่สำคัญต้องมีความเห็นอกเห็นใจกัน ดังบทความต่อไปนี้ ที่จะมีแง่คิดในหลายๆด้าน

นี่เป็นแค่เรื่องเล่า

หลังปิดไฟเตรียมเข้านอน ภรรยาสาวคุยกับสามี

“อาเฉียง โรงงานในหมู่บ้านกำลังรับสมัครคนงาน พรุ่งนี้คุณไปลองดูมั้ย”

อาเฉียงเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเพียงคนเดียวในหมู่บ้าน

หลังเรียนจบก็หางานที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้สักที

เขาอยู่บ้านเฉยๆ มา 2 ปีแล้ว

รายจ่ายทั้งหมดก็ตกเป็นหน้าที่ของภรรยาที่ต้องไปตั้งแผงลอยขายของ

“ผมเรียนจบตั้งมหาวิทยาลัย จะให้ไปเป็นคนงานในโรงงาน

ผู้หญิงอย่างคุณไม่เข้าใจ ระดับผมต้องทำบริษัทใหญ่”

อาเฉียงไม่พอใจ หันหลังให้ภรรยาแล้วเข้านอน

“อาเฉียง ฉันไปขายของกลับมามืดค่ำ คุณอยู่บ้านทำอาหารเย็นได้มั้ย”

เหมยลี่ปรึกษากับสามีที่นั่งอยู่หน้าคอม

ขณะเธอกำลังเตรียมอาหารเย็นหลังจากไปขายของเหนื่อยมาทั้งวัน

“ผมเป็นผู้ชายที่ต้องทำเรื่องยิ่งใหญ่

ทำอาหารซื้อของเป็นเรื่องของผู้หญิงอย่างคุณ อย่ามาโยนให้ผม”

อาเฉียงไม่แม้แต่หันหน้ามามอง ยังคงเล่นเกมส์ต่อไป

ความหมายก็คือไม่ต้องการช่วยเหมยลี่

แต่เหมยลี่ก็ไม่ยอมแพ้

“งั้นตอนกลางวันคุณมาช่วยฉันขายของมั้ย ช่วงนี้ลูกค้าเยอะ

ฉันทำคนเดียวไม่ทัน เราสองผัวเมียช่วยกันขาย ร้านจะต้องไปด้วยดีแน่ๆ”

จริงแล้วเธออยากให้อาเฉียงมาช่วย ยิ่งตอนนี้เขายังหางานไม่ได้สักที

อย่างนั้นสองผัวเมียมาช่วยกันทำร้านเล็กๆให้ใหญ่ขึ้นก็น่าจะดี

แต่คำพูดของเธอก็ไม่สามารถทำให้เขาหันมาสนใจได้ เขาฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

“โอ๊ย! ร้านคุณมันแค่แผงลอยเล็กๆ ผมเป็นถึงนักศึกษามหาลัย ไม่ไปขายอะไรเล็กน้อยอย่างนั้นหรอก”

เหมยลี่มองด้านหลังของอาเฉียงที่เอาแต่เล่นเกมส์ เธออ้าปากจะพูด

แล้วก็ต้องหุบปากลง…วันเวลาผ่านไป อาเฉียงเอาแต่อยู่กับบ้าน

รอโอกาสทองของเขา และเหมยลี่เองก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเขาอีกเลย

เธอออกไปขายของที่ร้านของเธอตอนกลางวัน กลางคืนกลับมาจัดการบ้านที่อาเฉียงทำรกไว้

เธอเหนื่อยจนหัวถึงหมอนก็หลับทันที ส่วนสามีถ้าไม่เล่นคอมพิวเตอร์ก็ออกไปกิน เ ห ล้ า กับเพื่อนฝูง

อยู่มาวันหนึ่งเขาไปได้ยินว่า ลูกชิ้นปลาของเหมยลี่ไปเตะตานักธุรกิจใหญ่

เหมยลี่กำลังจะกลายเป็นหุ้นส่วนในบริษัท เขาก็รีบกลับบ้านไปคุยกับเธอทันที

“อาลี่ มีคนบอกว่ามีนักธุรกิจใหญ่มาสนใจลูกชิ้นปลาของคุณ คุณกำลังจะกลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่”

“อืม ทำไมหรอ” เธอกำลังหันหลังให้เขา เตรียมอาหารเย็น

“นั่นมันบริษัทใหญ่ คุณแนะนำผมเข้าไปหน่อยสิ นี่เป็นโอกาสดีของผมแล้ว”

อาเฉียงยิ่งพูดยิ่งดีใจ เขารู้สึกได้ว่าโอกาสของเขามาถึงแล้ว

“คุณคุ้นเคยกับขั้นตอนการผลิตมั้ย”

“ไม่คุ้นอ่ะ”

“คุณมีคอนเนคชั่นมั้ย”

“ไม่ ไม่มีป่ะ”

“คุณมีประสบการณ์ด้านการบริหารมั้ย”

“ไม่มี”

เหมยลี่หันมาคุยกับเขา “แล้วบริษัทจะเอาคุณไปทำอะไร”

“ผมจบมหาวิทยาลัย ผมเคยเรียนในมหาวิทยาลัย”

ไม่นานหลังจากนั้นอาเฉียงก็ได้รับหนังสือหย่า

ข้างในมีกระดาษโน๊ตเขียนคำพูดของเหมยลี่

คุณทำอาหารเป็นมั้ย?

ไม่เป็น

คุณเคยทำงานบ้านมั้ย?

ไม่เคย

คุณเคยรู้เคยเข้าใจว่าภรรยาอย่างฉันลำบากแค่ไหนมั้ย?

ไม่เคย

คุณเคยรับผิดชอบอะไรในครอบครัวมั้ย? ไม่เคย

ฉันเป็นผู้หญิง เป็นภรรยาของคุณ

เวลาฉันทำงานเหนื่อยๆ ก็อยากให้คุณมาช่วยแบ่งเบา

แต่คุณกลับเอาแต่เล่นเกมส์ กับออกไปกิน เ ห ล้ ากับเพื่อนๆ

ฉันทำงานบ้านแสนเหนื่อย แต่คุณกลับบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของฉันคนเดียว

อาเฉียง งานการดีๆ รอไปๆ ก็ไม่มี ใจฉันก็เหมือนกัน

ในเมื่อทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเป็นหน้าที่ของฉัน

ทำงานบ้านเป็นหน้าที่ของฉัน ถ้าอย่างนั้นครอบครัวนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีคุณ

คุณไม่เหมาะกับตำแหน่ง “สามี” อีกต่อไป

ในชีวิตของคนเรา เรื่องเล็กๆทุกเรื่องในวันนี้จะสะสมเป็นเรื่องใหญ่ของคุณในอนาคต

เพราะฉะนั้นไม่ว่าเรื่องงานหรือหัวใจ

“ปฏิเสธ” ให้น้อย “ปฏิบัติ” ให้มาก

“บ่น” ให้น้อย “พยายาม” ให้มาก

“สนุก” ให้น้อย “ลำบาก” ให้มาก

จำไว้

แท็กซี่ที่ไม่ขยัน จะถูก U ber แย่งงาน

พนักงานที่ไม่ขยัน จะถูกพนักงานใหม่แย่งตำแหน่ง

เถ้าแก่ที่ไม่ขยัน จะถูกกลืนกินโดยคู่แข่ง

คนที่ไม่ขยัน จะถูกแทนที่โดยคนที่ยอดเยี่ยมกว่า

ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย อยากให้คุณเข้าใจ

คุณไม่ทำมีคนทำแทนคุณ คุณไม่พยายามมีคนกำลังพยายาม

คุณไม่แข่งขันจะมีคนคัดคุณออก ทะนุถนอมคนที่อยู่ตรงหน้า

ลองทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คุณแค่รับผิดชอบในการพยายาม

โชคชะตาจะจัดการส่วนที่เหลือเอง

 

ขอขอบคุณที่มา จาก khaonaroo

Load More Related Articles
Load More By SmileJung :)
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

หากเป็นคนที่ใช่แล้ว ไกลแค่ไหน ก็ไม่แคล้วที่จะเจอกัน

เคยมีคนถามไหมว่า “ความรัก” หายไปไหน? เราอาจจะคุ้นหูกับคำตอบที่ว่า “ความรัก” ไม่ได้หายไปไหน…