Home ข้อคิดดีๆ จะแก้นิสัยนี้อย่างไร กลัวคนอื่นได้ดีกว่า ชอบอิจฉาคนอื่น

จะแก้นิสัยนี้อย่างไร กลัวคนอื่นได้ดีกว่า ชอบอิจฉาคนอื่น

6 second read
0
0

คนเราคงจะมีบ้างที่รู้สึกว่าร้อนลน เมื่อเห็นคนอื่นกำลังมีความสุข และไม่สามารถแสดงความยินดีได้อย่างที่ใจคิดจริงๆ หรือบางครั้งเมื่อเราทำเรื่องที่ผิดพลาดหรือทำเรื่องที่น่าอาย ก็ให้เกิดความรู้สึกว่าทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ ทำไมไม่เป็นคนคนนั้นทำไม่ไม่เป็นคนนี้

เช่นนี้ เราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าความอิจฉา นั่นเองนอกจากนั้นเมื่อเพื่อนๆ แต่งงานหรือเพื่อนมีครอบครัวที่อบอุ่น เพื่อนมีลูก สิ่งเหล่านี้ยิ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อจิตใจเหลือเกิน แม้ว่าเพื่อนเราก็ไม่ได้เป็นคน แ ย่ หรือคนไม่ดี

แต่เราก็ไม่สามารถแสดงความยินดีได้อย่างจริงใจเมื่อไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ วันนี้เราลองมาเปลี่ยนอาการอิจฉาให้เป็นความสุขใจดีกว่า

1. ยอมรับและอภัยให้กับความรู้สึกนึกคิดของตนเอง

ความอิจจา เมื่อเกิดขึ้นในจิตใจแล้ว ไม่ใช่จะแก้ไขให้หายไปได้ง่ายๆ ภายในวันสองวัน ยิ่งพยายามข่มใจก็ทำให้หายไปได้อย่างยากเย็นแล้วยังทำให้เกิดปัญหา สุ ข ภ า ย กายใจตามมา บางคนยังเกิดแรง ก ร ะ ตุ้ น ให้เกิดความอิจฉามากยิ่งขึ้นไปอีกการลดระดับความอิจฉาให้เบาบางลงบ้าง

วิธีที่ง่ายที่สุด คือการยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ขณะนั้นโดยตรงแม้ ว่าเรารู้สึกตัวว่าเราเกิดความอิจฉาขึ้นก็ไม่ใช่ว่าเราผิดปกติ ให้ทำความรู้ตัวโดยตรง อย่างมีสติว่าเราเกิดความรู้สึก อิจฉา

และพิจารณาอารมณ์นั้นว่าดีหรือไม่ดีอย่างเป็นกลาง จากนั้นให้ยอมรับอาการที่เกิดและพิจารณาไปด้วยว่า เราเองก็มีทั้งข้อดีและข้อด้อย และคนอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน เราทุกคนไม่มีใครสมบูรณ์แบบแต่ควรเข้าใจกันและกัน

2. พิจารณาว่าความอิจฉาเกิดขึ้นเพราะอะไร

บางครั้งเกิดความอิจฉาเพราะเราไม่รู้จักความดีของเพื่อนอย่างแท้จริง ถ้าเรารู้สาเหตุที่เราอิจฉา เราก็จะสามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นนอกจากการรู้จักและยอมรับข้อดีข้อด้อยของตัวเองแล้ว เราจะเข้าใจว่าคนอื่นก็มีข้อดีและข้อด้วยเช่นกัน เราจะไปอยากมีอยากเป็นอย่างเขาทำไม

ถ้าเราใช้ข้อดีของแต่ละคน มาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นจะไม่ดีกว่าหรือนอกจากนั้นเมื่อเราเข้าใจและยอมรับ ในตนเองแล้ว เราจะไม่กังวลกับคำพูดด้านลบของคนอื่น

ไม่คิดเปรียบเทียบเพราะอาจจะยิ่งทำให้มีอารมณ์อิจฉาครุกรุ่นอยู่ในจิตใจมากขึ้น และควรมองหาจุดเด่นของตัวเองแล้วลงมือทำมันให้ดีเพื่อเสริมสร้าง ความเชื่อมันในตัวเองมากขึ้น

3.ให้ความเป็นมิตรแม้ว่าอยู่ในขณะที่รู้สึกกำลังอิจฉา

ข้อก่อนหน้านี้บอกให้เข้าใจ อารมณ์เมื่อเกิดความอิจฉา เมื่อบุคคลอยู่ในสังคมก็ต้องพบประสันทนาการกับบุคคลทั่วไปเป็นธรรมดา จึงควรเรียนรู้การใช้อารมณ์อย่างเหมาะสม ให้ความเป้นมิตรกับเพื่อนๆ และคนอื่นอย่างจริงใจ หรือไม่ก็ลองพูดคุยเปิดใจคนอื่นให้มากขึ้น

เพื่อทำให้เรามีโอกาสเข้าใจและได้ปรับทัศนะคติ และมุมมองให้หลากหลายมากขึ้นนอกจากนั้นฝึกความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การเอาใจเขามาใส่ใจเราก็จะให้ความรู้สึกน่าเข้าหา และได้มิตรภาพกลับคืนมาน้ำใจและความจริงใจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ

4. แก้ที่ต้นตอของบ่อเกิดความอิจฉา

ข้อนี้แนะนำถึงการแก้ที่ต้นตอ ที่เป็นบ่อเกิดของความอิจฉา เช่น อย่าคาดหวังและกดดันตัวเองมากเกินขอบเขต เข้าใจความสามารถของตนและทุกคนมีขีดจำกัด

บางครั้งความกดดันนั้นเองคือต้นเหตุของความคิดด้านลบและความวิตกกังวลรู้จัก และยอมรับข้อดีข้อด้อยของตัวเอง และให้อภัย

การให้อภัยนับว่ามีคุณอย่างมากเพราะแสดงถึงความเมตตากรุณาไม่มุ่ง ร้ า ย ต่อกันและกัน

นอกจากนั้น ลองถามตัวเองดูว่าอะไร คือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นคงหรือหวาดหวั่น เรากลัวว่าจะสูญเสียอะไรไปแล้วพยายาม

เอาชนะสิ่งที่เราหวาดหวั่นนั้นให้ได้ อาจจะด้วยการทำงานอย่างมีแผนการ หรือการขอคำแนะนำ จากผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญ และการฝึกจิตใจให้เข้มแข็งมั่นคง

ขอขอบคุณ m g r o n l i n e

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

นี่คือคำสอนจากแม่ อยากให้ลูกสาวได้อ่านเตือนใจ

มนุษย์เรา เติบโตมาด้วย คำสั่งสอนของบิดา มารดา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ยังต้องฟังพร่ำส…