Home ข้อคิดดีๆ คำพูด 10 คำของพ่อแม่ จะช่วยมอบพลังบวกให้ลูก

คำพูด 10 คำของพ่อแม่ จะช่วยมอบพลังบวกให้ลูก

8 second read
0
0

พ่อแม่ทุกคนจึงพยายาม ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและพูดแต่สิ่งดีๆกับลูก โดยน้อยคนนักที่จะพูดจา ส บ ถ กับลูกซึ่งสิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้

มันคือสัญชาตญาณของคนเป็นพ่อและแม่ แน่นอนดังนั้นลองมาดูกันว่า 10 คำพูดดีๆที่ลูกอยากได้ยินจากพ่อแม่นั้นมีอะไรกันบ้าง

1. ลูกเป็น “เด็กดี” ของพ่อกับแม่

พ่อแม่ทุกคน ควรทำความเข้าใจธรรมชาติของเด็กก่อนว่า เด็กทุกคนอยากได้รับคำชมเชย และได้ยินคำยืนยันจากพ่อแม่อีกสักครั้งว่า เขาเป็นลูกที่ดีพอหรือไม่ดังนั้นหากลูกเป็นเด็กดี มีน้ำใจ

น่ารักกับทุกคนพ่อแม่ก็ควรชมเชยลูกบ้างว่า “ลูกเป็นเด็กดีของพ่อและแม่มากเพราะการที่เขาได้ยินคำพูดเหล่านี้ มันจะทำให้ลูกเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวอีกด้วย

2.พ่อกับแม่ “ภูมิใจ” ในตัวลูกมากนะ

มันอาจมีบางอย่าง ที่ลูกทำให้พ่อแม่รู้สึกภูมิใจมากป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการ แสดงความเป็นสุภาพบุรษ มีน้ำใจ หรือแสดงความสามารถพิเศษให้เห็นอยู่เสมอพ่อแม่ทุกคนควรลองนึกดูดีๆ ว่า จุดเด่นของลูกคืออะไรแล้วสิ่งใดที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวเขา

ก็ใช้ช่วงเวลาดีๆ บอกให้ลูกได้รับรู้บ้างว่า “พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวลูกมากน้อยแค่ไหน” เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำนี้ มันจะเปลี่ยนเป็นพ ลั งและกำลังใจให้ลูกได้อย่างมหัศจรรย์ทีเดียว

3. พ่อกับแม่ “รัก” ลูกมากนะ

แน่นอนว่าลูกคือดวงใจของพ่อแม่ แต่การที่ละเลย คำพูดง่ายๆ และมีค่าขนาดนี้มันก็เป็นสิ่งผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่พอควร เพราะคนหลายคนไม่มีโอกาสที่จะบอกรักลูกในวินาทีสุดท้ายเลย ด้วยซ้ำในทางกลับกันไม่ว่าจะเป็นลูก หรือ พ่อแม่ รวมไปถึงคนทุกคนก็ควรให้ความสำคัญกับความรัก

และคำพูดไปพร้อมๆ กัน ก่อนที่พ่อแม่จะไม่มีลูกให้บอกรักหรือลูกบอกรักในวันที่สายเกินไปทั้งนี้ อย่ามัวแต่แสดงความรักและเชื่อว่าลูกรู้อยู่แล้วว่าพ่อแม่รักลูกมากแค่ไหนเพราะ บางเวลาคำพูดก็สำคัญไม่แพ้การกระทำเช่นกัน ดังนั้น บอกรักลูกบ้างเขาจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้ว พ่อแม่รักลูกมากแค่ไหน

4. พ่อกับแม่ “เชื่อมั่น” ในตัวลูกเสมอนะ

ช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อ ลูกเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างอาจเข้ามาจนพ่อแม่ตั้งตัวไม่ติด ลูกอาจสูญเสียความมั่นใจในการตัดสินใจหรือลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

หากใครเคยเจอปัญหาลูกอยู่ในช่วงสับสนแบบนี้ ลองถามตัวเองดูว่า เคยสละเวลาบอกลูกบ้างหรือไม่ว่า “พ่อกับแม่เชื่อมั่นในตัวลูกมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพ่อและแม่ก็จะอยู่ข้างลูกเสมอ”

5.พ่อกับแม่ “สนับสนุน” ลูกเสมอนะ

พ่อแม่ทุกคน ควรตระหนักอยู่เสมอว่า “ลูกไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ลูก” เพราะฉะนั้นอย่าเอาลูกไปเปรียบเทียบกับตัวเอง สมัยเด็กๆ บางอย่างที่พ่อแม่ชอบ ลูกอาจไม่ชอบ มุมมองที่ต่างกัน

ถ้าไม่เข้าใจกันก็ทำให้มีปัญหากันได้ และถ้าหากเด็กบางคนถูกบังคับมากๆ ก็จะรู้สึกว่าเขาไม่มีความเป็นส่วนตัว ไร้อิสระ ท้อแท้ และไม่มีความมั่นใจในตัวเอง

ขณะที่บางคนโตมาในครอบครัวนัก ก ฎ ห ม า ย แต่ต้องการเป็นนักเขียนหรือบางคนมีความต้องการใช้ชีวิตอย่างที่อยากเป็นไม่ว่า เขาจะเลือกเป็นอย่างไร

หากสิ่งที่เขาตัดสินใจนั้น เป็นสิ่งที่ดีพ่อแม่ก็ควรสนับสนุนพวกเขา เพียงแค่บอกว่า “พ่อกับแม่ยังคงเข้าใจและสนับสนุนลูกทุกเมื่อ ถ้าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีและลูกต้องการ”

6. พ่อกับแม่ “ยอมรับ” ในสิ่งที่ลูกเป็น

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นมากเท่าไหร่ เขายิ่งต้องการการยอมรับ จากพ่อและแม่ มากขึ้นเท่านั้นในความเป็นจริงแล้วลูกมักจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อแม่ยอมรับในตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจในความรักวัยเด็ก หรือการกระทำต่างๆ ที่ลูกอาจมีพฤติกรรม เ บี่ ย ง เ บ น

แม้พ่อแม่จะอยู่คอยดูอยู่ห่างๆ และการที่ลูกรู้ว่าพ่อแม่ยอมรับ ในสิ่งที่ลูกเป็น และเลือกแล้วนั้นแสดง ให้เห็นว่าพ่อแม่ ไม่ได้ละเลยแต่อย่างใด อีกทั้งยังคงรักและเข้าใจอยู่เสมอด้วยเพียงแค่พ่อแม่บอกกับลูกว่า “พ่อแม่เข้าใจและยอมรับลูกเสมอ ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไรก็ตาม”

7. พ่อกับแม่ “ขอโทษ”

บางครั้งการขอโทษ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ยากที่สุด ที่จะพูดแล้วยิ่งคนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับความเป็นพ่อและแม่ค่อนข้างสูงดังนั้นหากพ่อแม่ทำผิด ก็จะคิดกันแต่เพียงว่าพ่อแม่ไม่ควรที่จะขอโทษลูก ยิ่งคนเป็นพ่อด้วยแล้ว อาจจะยากขึ้นไปอีกที่จะกล่าวคำว่า “ขอโทษ” กับลูกอย่างไร ก็ดี

คำขอโทษจากพ่อแม่นั้น ลูกๆ เองก็ควรมีเหตุผลและรู้จักบาปบุญคุณโทษด้วย เพราะลูกไม่มีสิทธิ์ที่จะขึ้นเสียงหรือออกคำสั่งกับพ่อแม่ไม่ว่าจะประการใดก็ตามทั้งนี้ การที่พ่อแม่กล่าวคำขอโทษกับลูกเมื่อทำผิดพลาดนั้นไม่ได้หมายความว่าลูกจะดูถูกความเป็นพ่อเป็นแม่

ในทางกลับกันการที่พ่อแม่ยอมรับ และกล้าขอโทษนั้น มันยังทำให้ทุกคนเรียนรู้ที่จะเคารพตัวเอง เพราะกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่ทำลงไป อีกทั้งยังเคารพความรู้สึกของผู้อื่นด้วย

8. แม้เลิกกัน แต่ลูกไม่ต้องเลือกรัก

ข้อนี้จะดีสำหรับครอบครัว ที่พ่อแม่มีเหตุ ที่ต้องเลิกลากันไป ทำให้เด็กตกอยู่ในภาวะสับสน เลือกว่าจะต้องอยู่กับใคร ซึ่งในระหว่างช่วงเวลาสับสนกับการเลือกฝั่งของพ่อและแม่แล้วลูกบางคนที่ตกอยู่ในเหตุการณ์แบบนั้นอาจจะต้องเลือกด้วยว่าจะรักใคร

ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่ มักจะกีดกันลูกไม่ให้เด็กพบอีกฝ่ายหนึ่งเช่นหากลูกอยู่กับแม่ แม่มักจะสอนให้รักแม่แต่ เ ก ลี ย ด พ่อ หรือหากอยู่กับพ่อก็ต้องรักพ่อและ เ ก ลี ย ด แม่ เป็นต้น ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่

แม้ในที่สุดจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ไม่ควรบังคับลูกให้รักใครคนใด คนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังไงพ่อกับแม่ก็คือบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

9. ลูกคือ “คนสำคัญ” ของพ่อกับแม่นะ

จริงๆแล้ว ข้อนี้อาจเป็นคำที่สำคัญ อันดับแรกๆ เสียด้วยซ้ำ เมื่อในความเป็นจริงแล้ว ลูก คือคนสำคัญและคนพิเศษสำหรับพ่อแม่แต่จะมีสักกี่ครั้งที่พ่อแม่ ได้บอกให้ลูกรับรู้จากปาก ของพ่อแม่เองบ้าง เชื่อเถอะ ว่าหากได้พูดให้ลูกรู้ สิ่งที่จะได้กลับมานั้นมันย่อมมีค่ามหาศาลมากกว่าเป็นไหนๆ

เพราะนั่นคือสายใยความรัก ระหว่างพ่อ แม่ และลูกทั้งนี้พ่อแม่ ทุกคนควรกอดลูกบ้างโดยเฉพาะเมื่อลูกเริ่มโตขึ้น อย่าให้วัยที่เปลี่ยนไปมาทำให้ระยะห่างพ่อ แม่ ลูกห่างกันจนรู้สึกว่าการกอดนั้นเป็นเรื่องแปลก

ดังนั้น การกอดลูกแน่นๆและบอกว่าเขาสำคัญมากแค่ไหน แม้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่มันจะเป็นความทรงจำที่คนเป็นพ่อ แม่ และลูกจะไม่มีวันลืมได้เลย

10. พ่อกับแม่ “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”…นะลูก

บางครั้งพ่อแม่ อาจจะพูดอะไรบางอย่าง ที่ลูกฟังแล้วรู้สึกเสียใจกับคำพูดเหล่านั้น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว พ่อแม่อาจพูดไปโดยที่ไม่ได้คิดว่าลูกจะเสียใจกับสิ่งที่พูดออกไป

ดังนั้น หากพ่อแม่ทราบว่าลูกเสียใจกับสิ่งที่ๆ ได้พูดออกไป ก็ควรอธิบายให้เขาเข้าใจว่า หมายความว่าอย่างไรกันแน่ อย่าให้ลูกเข้าใจผิดๆ แต่ทางที่ดีก็ควรพูดจาให้ชัดเจนตั้งแต่แรกจะดีกว่า

ขอขอบคุณ p a t t a n a k i t.n e t

Load More Related Articles
Load More By verrysmiles smiles
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

นี่คือคำสอนจากแม่ อยากให้ลูกสาวได้อ่านเตือนใจ

มนุษย์เรา เติบโตมาด้วย คำสั่งสอนของบิดา มารดา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ยังต้องฟังพร่ำส…